เฟอร์นิเจอร์หลุย์ นาฬิกาโบราณ
 http://www.Weloveshopping.com/shop/client/000048/medalfurniture
 สถิติของร้าน
 เปิดร้าน 23/10/2010 
 ปรับปรุงร้าน 06/10/2016 
 ผู้ชมร้านทั้งหมด 72,160 
 สินค้าทั้งหมด 42 
หมวดหมู่สินค้า
  ดัชนีราคาสินค้า
  ดูสินค้าทั้งหมด (42)
  เฟอร์นิเจอร์หลุยส์
  เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก
  โซฟา
  โทรศัพท์โบราณ
  นาฬิกาตั้งโต๊ะโบราณ
 ค้นหาสินค้า



บริการของร้าน
  หน้าแรก
  ข่าวสาร
  เว็บบอร์ด
  บทความน่าสนใจ
  วิธีการสั่งซื้อ
  วิธีการชำระเงิน
  วิธีการรับสินค้า
  สินค้าในรถเข็น
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Main Page
  Add Favorite
 Link
  Weloveshopping.com
  Haneul Fashtion House
     บทความน่าสนใจ
รูปประกอบ: 
ไม่มีรูปภาพประกอบ
หัวเรื่อง:    แจก หนังสือธรรมะ บทสวด คาถา ต่างๆ 87 หน้า ครับ
บทความ:    แจก หนังสือธรรมะ บททำวัตรเช้า เย็น บทสวดต่าง ๆ 87 หน้าครับ

ข้าพเจ้า เอกฤทธิ์ ติรณะประกิจ ขอให้เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านและส่งต่อหนังสือธรรมะนี้
ขอให้มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
ร่ำร่วยเงินทอง ทำมาค้าขึ้น เรียนดี กีฟาเด่น
สมหวังด้านความรัก ครอบครัว การงาน
สุดท้าย ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนไตรและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จและสมหวังทุกประการครับ

แหล่งข้อมูล : http://blog.palungjit.com/pinlapat/files/2011/01/หนังสือธรรมะ1.pdf

หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 1

พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน

ข้าพเจ้าิ เอกฤทธิ์ ติรณะประกิจ ขอตั้งจิตอุทิศผล บุญกุศลนี้แผ่ไปให้ไพศาล
แต่ม ารดาบิดาและอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
คนเคยร่วมทำงานการทั้งหลาย มีส่วนได้ในกุศลผลของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ ขอให้ท่านได้กุศลผลนี้เทอญฯ


คำอุทิศ
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออุทิศบุญกุศลจากการจัดพิมพ์หนังสือเพื่อเผย
แพร่ธรรมะและศาสนา ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในครั้งนี้ ให้
แก่ บรรพบุรุษ และญาติทุกท่านที่ไี ด้ล่วงลับไปแล้ว และเจ้ากรรมนายเวร
ทั้งหลายของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินท่านไว้ โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
ก็ตาม โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปั จจุบัน ท่านจะอยู่
ในภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรม
และอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้า ด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ.

คณะผู้จัดทำ
สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ
การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ท้้้ง ปวง
จัดทำโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 2

และหนึ่งในผู้เผยแพร่ทางเว็บไซต์
เอกฤทธิ์ ติรณะประกิจ

สารบัญ
บทระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย 4
บทระลึกถึงคุณบิดามารดา 5
บทระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ 6
คำาทำวัตรเช้า 7-17
คำาทำวัตรเย็น 18-27
ถวายพรพระ (อิติปิโส) 28
พุทธชัยมงคลคาถา(พาหุง) แปล พร้อมภาพประกอบ 28-32
ชัยปริตร(มหาการุณิโก) บทสวดต่อจาก พาหุง 33-34
คาถามงคลจักรวาฬแปดทิศ 35
คาถาโพธิบาท(คาถาป้องกันภัย 10 ทิศ) 36-37
คำาไหว้บารมี 30 ทัศ (แบบครูบาศรีวิชัย) 38-39
อธิบายบารมี 30 ทัศ 39-41
พระคาถาชินบัญชร (สมเด็จพระพุฒาจารย์) โต พรหมรังสี แปล 42-45
พระคาถาชินบัญชร (ย่อ) ท้งั 2 แบบ 45
นมัสการพระรัตนตรัย + อิติปิโส ๑๐๘ 46
อิติปิโส ๑๐๘ ย้อนหลัง (กลับหลัง) 47
บทคาถาว่าด้วยการแผ่เมตตา 48-49
คาถาแผ่ส่วนกุศล 50
กรวดน้ำาเจ้ากรรมนายเวร 50-51
กรวดน้ำาอิมินา 51-52
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 3
สมาทานศีล 8 (จากหนังสือสวดมนต์แปล วัดท่าซุง หน้า ๒๘๐-๒๘๓) 52-54
การลดกรรม 45 อย่าง 54-64
วิธีการแก้กรรม ลดกรรม พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน จ.สิงหบุรี) 64
15 วิธีแก้กรรมทำาให้รวย และคำากล่าวนำาก่อนแก้กรรม 65-67
วิธีแก้กรรม ลดกรรม วธิ ีลดกรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วขึ้น 67-69
กรรมฐานแก้กรรมได้อย่างไร ? โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) 70-76
กินเจเพื่ออะไร 76
ประโยชน์ของการกินเจ 77
หลักธรรมในการกินเจ 77-79
อานิสงค์ 10 ข้อ ของการไม่กินเนื้อสัตว์ (เจ) 79
บทสวดสรรเสริญพระคุณพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ 81
มหากรุณาธารณีสูตร (ไต่ ปุย จิ่ว) 82-83
ใจความบทสวดมนต์พระแม่กวนอิมมหาโพธิ์สัตว์ 84
ประวัติ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ 85
อานิสงค์แห่งการบูชาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไว้ถึง ๒๘ ประการ 86-87
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 4
บทระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
(หันทะ มะยัง ระตะนะคุณัง กะโรมะ เส)
(รับ) อิมินา สักกาเรนะ.............. ข้าขอน้อมสักการบูชา
องค์สมเด็จพระศาสดา........ ผู้ทรงปัญญาและบารมี
ทรงสง่าด้วยราศี........................ ประเสริฐเลิศดีมีพระคุณ
ทรงมีพระเมตตาเกื้อหนุน........... แผ่บุญค้าำ จุนให้พ้นภัย
ท่านเป็นประทีปดวงสดใส........... ให้กำาเนิดรัตนตรัยดวงงาม
องค์แห่งรัตนะมีสาม................... ระบือนามไปทั่วธานี
องค์พระพุทธชินสีห์.................... ตรัสรู้ชอบดีซึ่งพระธรรม
ชาวพุทธทุกคนจงจดจำา............. ช่วยกันแนะนำาให้แพร่ไป
ทุกคนจะเกิดเลื่อมใส.................. พระธรรมนำาสุขใจสถาพร
ผู้แนะนำาซึ่งคำาสั่งสอน................. ศิษย์พระชินวรทุกองค์
มวลหมู่พระภิกษุสงฆ์.................. ได้ดำารงพระศาสนามา
ลูกขอก้มกราบวันทา.................. พุทธศาสนาจงถาวรเทอญฯ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
ข้นึ ต้นด้วย อะระหงั สัมมา
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 5
บทระลึกถึงคุณบิดามารดา
(หันทะ มะยัง มาตาปิตุคุณัง กะโรมะ เส)
(รับ) อิมินา สักกาเรนะ..........ข้าขอกราบสักการบูชา
คุณพระบิดามารดา................ ผู้ข้าขอน้อมระลึกถึงคุณ
ท่านมีเมตตาและการุณ.......... มีพระคุณต่อบุตรธิดา
ได้ให้กำาเนิดลูกมา................. ท้งั การศึกษาและอบรม
ถึงแม้นลำาบากขื่นขม............. ทุกข์ระทมสักเพียงไร
ท่านไม่เคยหวั่นไหว............... ต่อสิ่งใดที่ได้เลี้ยงมา
พระคุณท่านล้นฟ้า................ ยิ่งกว่าธาราและแผ่นดิน
ลูกขอบูชาเป็นอาจิณ............. ตราบจนส้นิ ดวงชีวา
ขอปวงเทพไท้จงรักษา.......... พระบิดามารดาของข้าเทอญ ฯ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 6
บทระลึกถึงคุณครูบาอาจารย์
(หันทะ มะยัง อาจะริยะคุณัง กะโรมะ เส)
(รับ) อิมินา สักกาเรนะ... ข้าขอน้อมคารวบูชา
คุณพระอุปัชฌายาจารย์......... ผู้ให้การศึกษาและอบรม
เริ่มต้นจากวัยประถม.............. ให้วิทยาคมเสมอมา
เพิ่มพูนสติปัญญา.................. อีกวิชาศีลธรรมประจำาใจ
ท่านช้ที างสว่างสดใส............. ท้งั ระเบยี บวินัยประจำาตน
ศิษย์ที่ดีต้องหมั่นฝึกฝน.......... ให้ประพฤติตนตลอดไป
จงสังวรสำารวมเอาไว้.............. ท้งั กายและใจให้มั่นคง
ต้งั จิตไว้ให้เที่ยงตรง............... เพื่อจรรโลงในพระคุณ
ขอผลบุญโปรดจงเกื้อหนุน...... อาจารย์ผู้มีพระคุณทุกท่านเทอญฯ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 7
ทำาวัตรเช้า
คำาบูชาพระรัตนตรัย โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง
อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ
ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา
อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ
อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา ,
พระผู้มีพระภาคเจ้า , เป็นพระอรหันต์ , ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง , ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ,
ขา้ พเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผตู้ ื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ,
พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า , ตรัสไว้ดีแล้ว
ธัมมัง นะมัสสามิ , ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า , ปฏิบัติดีแล้ว
สังฆัง นะมามิ , ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)
***************************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 8
ปุพพภาคนมการ
นำา (หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต , ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
อะระหะโต , ซ่งึ เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทธัสสะ , ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
(กล่าว ๓ ครั้ง)
***************************
๑. พุทธาภิถุติง
นำา ( หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส )
โย โส ตะถาคะโต , พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด
อะระหัง , เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ , เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน , เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต , เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู , เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ , เป็นผู้สามารถฝึ กบุรุษท่สี มควรฝึ ก
ได้อย่างไม่มีใครย่งิ กว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง , เป็นครูผู้สอน ของเทวดาและ
มนุษย์ท้งั หลาย
พุทโธ , เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 9
ภะคะวา , เป็นผู้มีความจำาเริญจำาแนกธรรมสั่ง
สอนสัตว์
โย อิมัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรหมมะกัง , สัสสะมะณะพราหมะณิง
ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตวา ปะเวเทสิ ,
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด , ได้ทรงทำาความดับทุกข์ให้แจ้งด้วยพระ
ปัญญาอันย่งิ เองแล้ว , ทรงสอนโลกนี้พร้อมท้งั เทวดา , มาร , พรหม และ
หมู่สัตว์ พร้อมท้งั สมณพราหมณ์ , พร้อมท้งั เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม
โย ธัมมัง เทเสสิ , พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด , ทรงแสดงธรรมแล้ว
อาทิกัลยาณัง , ไพเราะในเบ้ อื งต้น
มัชเฌกัลยาณัง , ไพเราะในท่ามกลาง
ปะริโยสานะกัลยาณัง , ไพเราะในท่สี ุด
สาตถัง สะพยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พรหมะจะริยัง ปะกาเสสิ ,
ทรงประกาศพรหมจรรย์ , คือแบบแห่งการปฏิบัติ , อันประเสริฐบริสุทธิ์
บริบูรณส์ ิ้นเชิง , พร้อมท้งั อรรถ (คำาอธิบาย) , พร้อมท้งั พยัญชนะ (หัวข้อ)
ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ ,
ข้าพเจ้าบูชาอย่างย่งิ เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ ,
ข้าพเจ้านอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า
(กราบระลึกพระพุทธคุณ)
*************************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 10
๒. ธัมมาภิถุติง
นำา ( หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะเส )
โย โส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ,
พระธรรมนั้นใด , เป็นสิ่งท่พี ระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก , เป็นสิ่งท่ผี ู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก , เป็นสิ่งท่ปี ฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำากัดกาล
เอหิปั สสิโก , เป็นสิ่งท่คี วรกล่าวกับผู้อ่นื ว่า ท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก , เป็นสิ่งท่คี วรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ ,
เป็นสิ่งท่ผี ู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ ,
ข้าพเจ้าบูชาอย่างย่งิ เฉพาะพระธรรมนั้น
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ ,
ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า
(กราบระลึกพระธรรมคุณ)
**************************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 11
๓. สังฆาภิถุติง
นำา ( หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส )
โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม
เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติสมควรแล้ว
ยะทิทงั , ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา ,
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่* นับเรียงตัวบุรุษ ได้ ๘ บุรุษ
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย , เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะท่เี ขานำามาบูชา
ปาหุเนยโย , เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะท่เี ขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย , เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
อัญชลีกะระณีโย , เป็นผู้ท่บี ุคคลท่วั ไปควรทำาอัญชลี
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
• ๔ คู่ คือ โสดาปัตติมรรค , โสดาปัตติผล , สกิทาคามิมรรค , สกิทาคามิผล อนาคามิมรรค , อนาคามิผล , อรหัตตมรรค , อร
หัตตผล
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 12
อะนุตตะรัง ปุญยักเขตตัง โลกัสสะ ,
เป็นเนื้อนาบุญของโลก , ไม่มีนาบุญอ่นื ย่งิ กว่า
ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ ,
ข้าพเจ้าบูชาอย่างย่งิ เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น
ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ ,
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า
( กราบระลึกพระสังฆคุณ )
**************************
๔. รตนัตตยัปปณามคาถา
นำา ( หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ
สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส )
พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว ,
พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณนพ
โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน ,
พระองค์ใด มีตาคือญาณอันประเสริฐหมดจดถึงที่สุด
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก ,
เป็นผู้ฆ่าเสียซ่งึ บาป และอุปกิเลสของโลก
วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะตัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น โดยใจเคารพเอ้อื เฟื้ อ
ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน ,
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 13
พระธรรมของพระศาสดา สว่างรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีป
โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก ,
จำาแนกประเภทคือ มรรค ผล นิพพาน , ส่วนใด
โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน ,
ซ่งึ เป็นตัวโลกุตตระ , และส่วนใดท่ชี ี้แห่งแนวโลกุตระนั้น
วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น โดยใจเคารพเอ้อื เฟื้ อ
สังโฆ สุเขตตาภยะติเขตตะสัญญิโต ,
พระสงฆ์เป็นนาบุญอันย่งิ ใหญ่กว่านาบุญอันดีท้งั หลาย
โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก ,
เป็นผู้เห็นพระนิพพาน , ตรัสรู้ตามพระสุคต , หมู่ใด
โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส ,
เป็นผู้ละกิเลสเครื่องโลเล เป็นพระอริยเจ้า มีปัญญาดี
วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะตัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น โดยใจเคารพเอ้อื เฟื้ อ
อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง , วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง , ปุญญัง
มะยา ยังมะมะ สัพพุปัททะวา , มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา ,
บุญใด ท่ขี ้าพเจ้าผู้ไหวอ้ ยู่ซ่งึ วัตถุสาม , คือพระรัตนตรัย อันควรบูชาย่งิ
โดยส่วนเดียว ,ได้กระทำาแล้วเป็นอย่างย่งิ เช่นนี้ , ขออุปั ทวะท้งั หลาย , จงอย่ามีแก่
ข้าพเจ้าเลย , ด้วยอำานาจความสำาเร็จอันเกิดจากบุญนั้น
*************************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 14
๕. สังเวคปริกิตตนปาฐะ
อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน ,
พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ,
เป็นผู้ไกลจากกิเลส , ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก ,
และพระธรรมท่ที รงแสดง เป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์
อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก ,
เป็นเครื่องสงบกิเลส , เป็นไปเพื่อปรินิพพาน
สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต ,
เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม , เป็นธรรมท่พี ระสุคตประกาศ
มะยันตัง ธัมมัง สุตวา เอวัง ชานามะ ,
พวกเราเมื่อได้ฟั งธรรมนั้นแล้ว , จึงได้รู้อย่างนี้ว่า
ชาติปิ ทุกขา , แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์
ชะราปิ ทุกขา , แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์
มะระณัมปิ ทุกขัง , แม้ความตายก็เป็นทุกข์
โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา ,
แม้ความโศก ความรำ่าไรรำาพัน ความไม่สบายกายความไม่สบายใจ ความ
คับแค้นใจก็เป็นทุกข์
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ,
ความประสบกับสิ่งไม่เป็นท่รี ักที่ พอใจ ก็เป็นทุกข์
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 15
ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ,
ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นท่รี ัก ที่ พอใจ ก็เป็นทุกข์
ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง ,
มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นตัวทุกข์
สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา ,
ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ท้งั ๕ เป็นตัวทุกข์
เสยยะถีทงั , ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ
รูปูปาทานักขันโธ , ขันธ์อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความยึดมั่นคือรูป
เวทะนูปาทานักขันโธ , ขันธ์อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความยึดมั่นคือเวทนา
สัญญูปาทานักขันโธ , ขันธ์อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความยึดมั่นคือสัญญา
สังขารูปาทานักขันโธ , ขันธ์อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความยึดมั่นคือสังขาร
วิญญาณูปาทานักขันโธ , ขันธ์อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความยึดมั่นคือ วิญญาณ
เยสัง ปะริญญายะ , เพื่อให้สาวกกำาหนดรอบรู้อุปาทานขันธ์ เหล่านี้เอง
ธะระมาโน โส ภะคะวา , จึงพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่
เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ ,
ยอ่ มทรงแนะนำาสาวกท้งั หลายเช่นนี้ เป็นส่วนมาก
เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี พะหุลา
ปะวัตตะติ ,
อนึ่ง คำาสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น , ย่อมเป็นไปในสาวกท้งั หลาย ,
ส่วนมากมีส่วนคือการจำาแนกอย่างนี้ว่า
รูปั ง อนิจจัง , รูปไม่เท่ยี ง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 16
เวทะนา อนิจจัง , เวทนาไม่เท่ยี ง
สัญญา อนิจจา , สัญญาไม่เท่ยี ง
สังขารา อะนิจจา , สังขารไม่เท่ยี ง
วิญญาณัง อะนิจจัง , วิญญาณไม่เท่ยี ง
รูปัง อะนัตตา , รูปไม่ใช่ตัวตน
เวทะนา อะนัตตา , เวทนาไม่ใช่ตัวตน
สัญญา อะนัตตา , สัญญาไม่ใช่ตัวตน
สังขารา อะนัตตา , สังขารไม่ใช่ตัวตน
วิญญาณัง อะนัตตา , วิญญาณไม่ใช่ตัวตน
สัพเพ สังขารา อะนิจจา , สังขารท้งั หลายท้งั ปวงไม่เท่ยี ง
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ , ธรรมท้งั หลายท้งั ปวงไม่ใช่ตัวตน ดังนี้
เต (ตา) มะยัง โอติณณามหะ , พวกเราท้งั หลายเป็นผู้ถูกครอบงำา แล้ว
ชาติยา , โดยความเกิด
ชะรามะระเณนะ , โดยความแก่และความตาย
โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ ,
โดยความโศก ความรำ่าไรรำาพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ
ความคับแค้นใจท้งั หลาย
ทุกโขติณณา , เป็นผู้ถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว
ทุกขะปะเรตา , เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบ้ อื งหน้าแล้ว
อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ,
ทำาไฉน การทำาท่สี ุดแห่งกองทุกข์ท้งั สิ้นนี้ จะพึงปรากฏชัดแก่เราได้
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 17
(สำาหรับคฤหัสถ์สวด)
(สำาหรับคฤหัสถ์สวด)
จิระปะริพิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา ,
เราท้งั หลายผู้ถึงแล้วซ่งึ พระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานแล้ว
พระองค์นั้น เป็นสรณะ
ธัมมัญจะ สังฆัญจะ ,
ถึงพระธรรมด้วย ถึงพระสงฆ์ด้วย
ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ
อะนุปะฏิปัชชามะ ,
จักทำาในใจอยู่ ปฏิบัติตามอยู่ ซ่งึ คำาสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
ตามสติกำาลัง
สา สา โน ปะฏิปัตติ ,
ขอให้ความปฏิบัตินั้น ๆ ของเราท้งั หลาย
อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ ,
จงเป็นไปเพื่อการทำาท่สี ุดแห่งกองทุกข์ท้งั สิ้นนี้เทอญ
(จบคำาทำาวัตรเช้า)
**********************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 18
ทำาวัตร เ ย็น
คำาบูชาพระรัตนตรัย โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง
อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ
ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา
อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ
อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา ,
พระผู้มีพระภาคเจ้า , เป็นพระอรหันต์ , ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง , ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ ,
ขา้ พเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผตู้ ื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ,
พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า , ตรัสไว้ดีแล้ว
ธัมมัง นะมัสสามิ , ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า , ปฏิบัติดีแล้ว
สังฆัง นะมามิ , ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)
***************************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 19
ปุพพภาคนมการ
นำา (หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต , ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
อะระหะโต , ซ่งึ เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทธัสสะ , ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
(กล่าว ๓ ครั้ง)
***************************
๑. พุทธานุสสติ
นำา (หันทะ มะยัง พุทธานุสสตินะยัง กะโรมะ เส)
ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต ,
ก็กิตติศัพทอ์ ันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ได้ฟุ้งไปแล้วอย่างนี้ว่า
อิติปิ โส ภะคะวา , เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
อะระหัง , เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ , เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน , เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจะระณะ
สุคะโต , เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู , เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ ,
เป็นผู้สามารถฝึ กบุรุษท่สี มควรฝึ กได้อย่างไม่มีใครย่งิ กว่า
สัตถา เทวะมนุสสานัง , เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ท้งั หลาย
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 20
พุทโธ , เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผเู้ บิกบานด้วยธรรม
ภะคะวาติ , เป็นผู้มีความจำาเริญ จำาแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้
*******************
๒. พุทธาภิคีติง
นำา (หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส )
พุทธวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต ,
พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณ เป็นต้น
สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต ,
มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณ และพระกรุณาอันบริสุทธิ์
โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร ,
พระองค์ใด ทรงกระทำาชนที่ดีให้เบิกบาน ดุจอาทิตย์ทำาบัวให้บาน
วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ ผู้ไม่มีกิเลส พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า
พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง ,
พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ท้งั หลาย
ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความระลึก องค์ที่
หนึ่งด้วยเศียรเกล้า
พุทธัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร ,
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า,พระพุทธเจ้าเป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 21
พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม ,
พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำาจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ,
ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระพุทธเจ้า
วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง ,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซ่งึ ความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง ,
สรณะอ่นื ของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฒเฒยยัง สัตถุสาสะเน ,
ด้วยการกล่าวคำาสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยซู่ ่งึ พระพุทธเจ้า ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม มะเหสุง ตัสสะ เตชะสา ,
อันตรายท้งั ปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลย ด้วยเดชแห่งบุญนี้
(หมอบกราบแล้วกล่าวว่า)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ,
ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง ,
กรรมน่าติเตียนอันใด ท่ขี ้าพเจ้ากระทำาแล้ว ในพระพุทธเจ้า
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 22
พุทโธ ปะฏิคัณหะตุ อัจจะยันตัง ,
ขอพระพุทธเจ้า จงงดซ่งึ โทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ ,
เพื่อการสำารวมระวัง ในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป. ๑
(ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า)
**********************
๓. ธัมมานุสสติ
นำา ( หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส )
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ,
พระธรรมเป็นธรรมท่พี ระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก , เป็นสิ่งท่ผี ู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก , เป็นสิ่งท่ปี ฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำากัดกาล
เอหิปั สสิโก , เป็นสิ่งท่คี วรกล่าวกับผู้อ่นื ว่า ท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก , เป็นสิ่งท่คี วรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปั จจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ , เป็นสิ่งท่ผี ู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้
๑ บทขอให้งดโทษนี้ มิได้เป็นการขอล้างบาป, เป็นเพียงการเปิ ดเผยตัวเอง, และคำาวา่ โทษในที่นี้ มิได้หมายถึง กรรม, หมายเพียงโทษเล็กน้อย
ซงึ่ เป็น “ส่วนตัว” ระหวา่ งกันที่พึงอโหสิกนั ได้ การขอขมาชนิดนี้สำาเรจ็ ผลได้ในเมื่อผู้ขอตั้งใจทำาจริงๆและเป็นเพียงศีลธรรม/สงิ่ ที่ควรประพฤติ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 23
๔. ธัมมาภิคีติง
นำา ( หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส )
สวากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย ,
พระธรรม เป็นสิ่งท่ปี ระเสริฐ เพราะประกอบด้วยคุณ คือความท่พี ระผู้มี
พระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น
โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท ,
เป็นธรรมอันจำาแนกเป็น มรรค ผล ปริยัติ และนิพพาน
ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี ,
เป็นธรรมทรงไว้ซ่งึ ผู้ทรงธรรม จากการตกไปสู่โลกท่ชี ั่ว
วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธรรมมะเมตัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น อันเป็นเครื่องขจัดเสียซงึ่ ความมืด
ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง ,
พระธรรมใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ท้งั หลาย
ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความระลึก องค์ท่สี องด้วย
เศียรเกล้า
ธัมมัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ ธัมโม เม สามิกิสสะโร ,
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม พระธรรมเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม ,
พระธรรมเป็นเครื่องกำาจัดทุกข์ และทรงไว้ซ่งึ ประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 24
ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ,
ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระธรรม
วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง ,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซ่งึ ความเป็นธรรมดีของพระธรรม
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง ,
สรณะอ่นื ของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน ,
ด้วยการกล่าวคำาสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยซู่ ่งึ พระธรรม ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม มะเหสุง ตัสสะ เตชะสา ,
อันตรายท้งั ปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น
(หมอบกราบแล้วกล่าวว่า)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ,
ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง ,
กรรมน่าติเตียนอันใด ท่ขี ้าพเจ้ากระทำาแล้วในพระธรรม
ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง ,
ขอพระธรรม จงงดซ่งึ โทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม ,
เพื่อการสำารวมระวัง ในพระธรรม ในกาลต่อไป (ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า)
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 25
๕. สังฆานุสสติ
นำา ( หันทะ มะยัง สังฆานุสสตินะยัง กะโรมะ เส )
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็น
เครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด , ปฏิบัติสมควรแล้ว
ยะทิทงั , ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา ,
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษ ได้ ๘ บุรุษ
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ , นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย , เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะท่เี ขานำามาบูชา
ปาหุเนยโย , เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะท่เี ขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย , เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
อัญชลิกะระณีโย , เป็นผู้ท่บี ุคคลท่วั ไปควรทำาอัญชลี
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ ,
เป็นเนื้อนาบุญของโลก , ไม่มีนาบุญอ่นื ย่งิ กว่า ดังนี้
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 26
๖. สังฆาภิคีติง
นำา ( หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส )
สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต ,
พระสงฆ์ท่เี กิดโดยพระสัทธรรม ประกอบด้วยคุณมีความประพฤติดีเป็นต้น
โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ ,
เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคลอันประเสริฐ แปดจำาพวก
สีลาทิธัมมะปะวะราสกายะจิตโต ,
มีกายและจิต อันอาศัยธรรมมีศีลเป็นต้น อันบวร
วันทามะหัง ตะมะริยานะคะณัง สุสุทธัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระอริยเจ้าเหล่านั้น อันบริสุทธิ์ด้วยดี
สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง ,
พระสงฆ์หมู่ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุด ของสัตว์ท้งั หลาย
ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง ,
ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์นั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สามด้วยเศียรเกล้า
สังฆัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ สังโฆ เม สามิกิสสะโร ,
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม ,
พระสงฆ์เป็นเครื่องกำาจัดทุกข์ และทรงไว้ซ่งึ ประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ,
ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระสงฆ์
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 27
วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง ,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซ่งึ ความปฏิบัติดีของพระสงฆ์
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง ,
สรณะอ่นื ของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน ,
ด้วยการกล่าวคำาสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ ,
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยซู่ ่งึ พระสงฆ์ ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา ,
อันตรายท้งั ปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น
(หมอบกราบแล้วกล่าวว่า)
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ,
ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง ,
กรรมน่าติเตียนอันใด ท่ขี ้าพเจ้ากระทำาแล้วในพระสงฆ์
สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง ,
ขอพระสงฆ์ จงงดซ่งึ โทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ ,
เพื่อการสำารวมระวัง ในพระสงฆ์ ในกาลต่อไป (ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า)
(จบคำาทำาวัตรเย็น)
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 28
ถวายพรพระ (อิติปิโสฯ)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ (กล่าว ๓ จบ)
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน
สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง
พุทโธ ภะคะวาติ (พุทธคุณ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ (อ่านว่า วิญญูฮีติ) (ธรรมคุณ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต
สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน
ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลี
กะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ (สังฆคุณ)
************************
พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง)
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลังอุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมาะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 29
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ
กัตวานะ กัฎฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 30
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ
***********
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 31
แปลพาหุง
มารพันมือถืออาวุธสุดพันลึก ขี่ช้างศึก ครีเมขละจะห้ำาหั่น
ยกเสนาโห่ก้องฟ้ามาประจัญ หมายฟาดฟันภควันต์ให้บรรลัย
จอมมุนีประทับระงับจิต นิ่งสนิทพระทัยมั่นไม่หวั่นไหว
อาศัยทานบารมีฤทธิไกร บันดาลให้พระทรงภพสยบมาร
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แด่เราท่านถ้วนทั่วทุกตัวตน
อาฬวกะยักษ์ร้ายใจฉกาจ หมายพิฆาตจอมมุนีให้ปี้ป่น
ตลอดคืนยันรุ่งมุ่งผจญ พระทรงใช้ความอดทนสู้เหตุการณ์
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แด่เราท่านถ้วนทั่วทุกตัวตน
ช้างตกมันหันใส่ดุจไฟป่า ร้องแปร๋นแปร๋นแล่นมากลางถนน
หมายขยี้บ้บี ดพระทศพล แด่พ่ายมนต์เมตตาพระทรงญาณ
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แต่เราท่านถ้วนทั่วทุกตัวตน
โจรทะนงองคุลิมาลหาญกล้า สองมือคว้าดาบชูสู่สถล
วิ่งไล่ล่าตถาคตทศพล สิ้นสามโยชน์อดทนมุ่งราวี
พระมุนินท์ชินสีห์มิมีขลาด ย่างพระบาทปกติตามวิถี
โจรยิงไล่ยิ่งห่างในทันที พระทรงมีฤทธิ์วิเศษเผด็จ
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แด่เราท่านถ้วนทั่วทุกตัวตน
นางจิญจามารยาสารพัด ยั่วยวนชวนกำาหนัดทุกแห่งหน
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 32
เอาเยื่อไม้เคียนพุงมุ่งผจญ กล่าวอ้างพระทศพลคือสามี
พระมุนินท์ชินสีห์มิได้หวั่น พระทัยมั่นสงบสง่ามีราศี
นางกล่าวร้ายอย่างไรมิไยดี ใช้ขันตีข่มจิญจามารยามาร
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แด่เราท่านถ้วนทั่วทุกตัวตน
นิครนถ์ชื่อสัจจกะพหูสูต เป็นนักพูดเก่งกล้าท้าทุกหน
หาญโต้พระพุทะเจ้าด้วยเมามน ทศพลใช้ปัญญาชำานะมาร
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แต่เราท่านถ้วนทั่วทุกตัวตน
นันโทฯนาคราชฉกาจฤทธิ์ พ่นควันพิษพันพัวมืดมัวหน
โมคคัลลาน์ โอรสทศพล ใช้ฤทธิ์ดลดับพิษสนิทนาน
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แด่เราท่านถ้วนทั่วทุกตัวตน
พกาพรหมบรรทมสถานทิพย์ สูงลิบลิบลิ่วลิ่วโพยมหน
เห็นผิดผิดคิดว่าตนอยู่คงทน ดุจพิษร้ายทำาลายคนทรามปัญญา
จอมมุนีกรุณารักษาพิษ ด้วยตัวยาอมฤตคือญาณกล้า
ให้พรหมเห็นชั่วดีมีปรีชา รู้ว่าสังขาราไม่ยืนนาน
ขอเดชะชัยชนะพุทธองค์ บันดาลมงคลชัยให้ไพศาล
เป็นมิ่งขวัญคุ้มเหตุเภทภัยพาล แด่เราท่านด้วยทั่วทุกตัวตน
พุทธชัยมงคลท้งั แปดนี้ บุรุษสตรีเช้าคำ่าสวดพรำ่าบ่น
จะห่างภัยนานาในสากล ถึงวิมุติหลุดพ้นทุกคนเอยฯ
*************************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 33
ชัยปริตร มหาการุณิโก (บทสวดต่อคาถาพาหุง)
มหาการุณิโก นาโถ หิตายะ
สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี
สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โหตุ เต ชะยะมังคะลัง ฯ
พระผ้่มีกรุณาตูอชาวโลก
เป็นที่พึ่งคลายโศกมหาศาล
ทรงบำาเพ็ญบารมีมาช้านาน
จนบรรลุโพธิญาณอันเลิศลำ้า
ด้วยสัจจะวาจาที่กลูาวขาน
ขอให้ชำานะมารสันดานตำ่า
ขอให้สบมิ่งมงคลกุศลนำา
ดุจพระสัมพุทธเจ้าของเรานี้
ชะยันโต โพธิยา มูเล
สัก์ยานัง นันทิวัฑฒะโน
เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ
ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
อะปะราชิตะปัลลังเก
สีเส ปะฐะวิโปกขะเร
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง
อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ ฯ
พระทรงเป็นที่เคารพสักการะ
ของเหลูาศากยะบุรีศรี
ประทับใต้โพธิ์ใหญูใกล้วารี
ละกิเลสเหตุอัปรีย์ที่มีมา
เหนือบัลลังก์ปฐพีที่พิชิต
สยบมารเรืองฤทธิ์ผ้่หาญกล้า
ถึงสุดยอดแหูงพุทธะศาสดา
ศายวงศ์พงศาปลื้มเปรมใจ
สุนักขัตตัง สุมังคะลัง
สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง
สุขะโณ สุมุหุตโต จะ
สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุ
ขอให้ทูานทั้งหลายได้ฟังสวด
ชัยมงคลแปดหมวดอันยิ่งใหญู
จงบรรลุกุศลมงคลชัย
ดุจจอมไตรโลกนาถศาสดา
ฤกษ์จะงามมิใชูงามที่ตัวฤกษ์
อรุณเบิกแสงสวูางกระจูางหล้า
ก็เพียงบอกขณะผันวันเวลา
จะบูงคูาชั่วดีเห็นไมูเป็นจริง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 34
ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง
ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง
ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณา นิ
กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ ฯ
อันกรรมดีกรรมชั่วเป็นตัวชี้
ถ้าละชั่วทำาดีพร้อมทุกสิ่ง
ทั้งกายวาจาใจไมูประวิง
คือยอดยิ่งมิ่งขวัญมงคลชัย
ถ้าทำาดีเมื่อไรได้ดีแท้
ถ้าทำาชั่วชั่วแนูอยูาสงสัย
ทำาเมื่อใดได้เมื่อนั้นได้ทันใจ
ฤกษ์พานาทีใดไมูสำาคัญ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุ ภาเวนะ
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ
ผ้่ทำาดีด้วยกายวาจาใจ
ปณิธานตั้งไว้อยูางคงมั่น
ยูอมได้บุญกุศลผลอนันต์
เพราะดีนั้นบันดาลดีทุกทีไป
ขอพุทธานุภาพจงนำาผล
ให้เกิดสรรพมงคลยิ่งใหญู
ขอเหลูาเทพารักษ์พิทักษ์ภัย
บันดาลให้พิพัฒน์สวัสดี
ขอธรรมานุภาพจงนำาผล
ให้เกิดสรรพมงคลสุขี
ขอเทพไท้ทั้งผองป้องไพรี
ให้เกิดศรีสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ชัย
ขอสังฆานุภาพจงนำาผล
ให้เกิดสรรพมงคลยิ่งใหญู
ขอเหลูาเทพรักษ์พิทักษภัย
บันดาลให้สุขสวัสดิ์พิพัฒน์ เทอญ
*******************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 35
คาถามงคลจักรวาฬแปดทิศ
มีความหมายและป้องกันอันตรายเหมือนกับ คาถาป้องกันภัยสิบทิศ
อิมัสมิงมงคลจักรวาฬท้งั แปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำาแพงแก้วท้งั เจ็ดชั้น
มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะ
ตะโย ชะนะสะตะสะหัสสานิ พุทธะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ
อิมัสมิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำาแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น
มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะ
ตะโย ชะนะสะตะสะหัสสานิ ธัมมะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ
อิมัสมิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำาแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น
มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะ
ตะโย ชะนะสะตะสะหัสสานิ ปัจเจกะพุทธะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ
อิมัสมิงมงคลจักรวาฬทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำาแพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น
มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่วอนัตตา ราชะ เสมานา เขตเต สะมันตา สะ
ตะโย ชะนะสะตะสะหัสสานิ สังฆะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ
*****************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 36
คาถาโพธิบาท (คาถาป้องกันภัยสิบทิศ)
บูระพารัสมิง พระพุทธคุณัง บูระพารัสมิง พระธัมเมตัง บูระพารั ศ มิง
พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
อาคะเนย์รัสมิง พระพุทธคุณัง อาคะเนย์รัสมิง พระธัมเมตัง อาคะเนย์
รัศมิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก
สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง
สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
ทักษิณรัสมิง พระพุทธคุณัง ทักษิณรัสมิง พระธัมเมตัง ทักษิณรัศมิง
พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
หรดีรัสมิง พระพุทธคุณัง หรดีรัสมิง พระธัมเมตัง หรดีรัศมิง พระ
สังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
ปัจจิมรัสมิง พระพุทธคุณัง ปัจจิมรัสมิง พระธัมเมตัง ปัจจิมรัศมิง
พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
พายัพรัสมิง พระพุทธคุณัง พายัพรัสมิง พระธัมเมตัง พายัพรัศมิง
พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 37
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
อุดรรัสมิง พระพุทธคุณัง อุดรรัสมิง พระธัมเมตัง อุดรรัศมิง พระสังฆ
านัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะ
ภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ
เม รักขันตุ สุรักขันตุ
อิสานรัสมิง พระพุทธคุณัง อิสานรัสมิง พระธัมเมตัง อิสานรัศมิง พระ
สังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
อากาศรัสมิง พระพุทธคุณัง อากาศรัสมิง พระธัมเมตัง อากาศรัศมิง
พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
ปฐวีรัสมิง พระพุทธคุณัง ปฐวีรัสมิง พระธัมเมตัง ปฐวีรัศมิง พระ
สังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค
สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง
ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ
*******************************
อ่านแล้วเก็บรักษา บุญรักษาเนืองนอง
รู้แล้วบอกทั่วกัน บุญกุศลเรืองรอง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 38
คำาไหว้บารมี 30 ทัศ (แบบครูบาศรีวิชัย)
๑ . ทานะ ปาระมี สัมปั นโน , ทานะ อุปะปารมี สัมปั นโน , ทานะ ปะระมัตถะปารมี
สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา
๒ . สีละ ปาระมี สัมปั นโน , สีละ อุปะปารมี สัมปั นโน , สีละ ปะระมัตถะปารมี
สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา
๓ . เนกขัมมะ ปาระมี สัมปั นโน , เนกขัมมะ อุปะปารมี สัมปั นโน , เนกขัมมะ ปะระ
มัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,
อิติปิ โส ภะคะวา
๔ . ปัญญา ปาระมี สัมปั นโน , ปัญญา อุปะปารมี สัมปั นโน , ปัญญา ปะระมัตถะ
ปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,
อิติปิ โส ภะคะวา
๕ . วิริยะ ปาระมี สัมปั นโน , วิริยะ อุปะปารมี สัมปั นโน , วิริยะ ปะระมัตถะปารมี
สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา
๖ . ขันตี ปาระมี สัมปั นโน , ขันตี อุปะปารมี สัมปั นโน , ขันตี ปะระมัตถะปารมี สัม
ปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา
๗ . สัจจะ ปาระมี สัมปั นโน , สัจจะ อุปะปารมี สัมปั นโน , สัจจะ ปะระมัตถะปารมี
สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา
๘ . อะธิฏฐานะ ปาระมี สัมปั นโน , อะธิฏฐานะ อุปะปารมี สัมปั นโน , อะธิฏฐานะ ปะ
ระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,
อิติปิ โส ภะคะวา
๙ . เมตตา ปาระมี สัมปั นโน , เมตตา อุปะปารมี สัมปั นโน , เมตตา ปะระมัตถปะ
ปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 39
อิติปิ โส ภะคะวา
๑๐ . อุเ บ กขา ปาระมี สัมปั นโน , อุเ บ กขา อุปะปารมี สัมปั นโน , อุเ บ กขา ปะระมัต
ถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,
อิติปิ โส ภะคะวา
๑๑ . ทะสะ ปาระมี สัมปั นโน , ทะสะ อุปะปารมี สัมปั นโน , ทะสะ ปะระมัตถะปารมี
สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน , อิติปิ โส ภะคะวา
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
นะมามิหัง ฯ
อธิบาย บารมี 30 ทัศ
การบำาเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในชาตินั้นๆ บารมีท่บี ำาเพ็ญนั้นคือ ทานบารมี
ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐาน
บารมี เมตตาบารมี และอุเบกขาบารมี รวมเรียกว่าบารมี ๓๐ (๓ x ๑๐) โดยแบ่ง
เป็นบารมีชั้นธรรมดา ๑๐ (บารมี) บารมี ชั้นกลาง ๑๐ (อุปบารมี) และ บารมีชั้นสูง
๑ ๐ (ป ร มั ต ถ บ า ร มี ) ร ว ม เ ป็ น บ า ร มี ๓ ๐ ป ร ะ ก า ร
ในอรรถกถาจริยาปิ ฎกพระไตรปิ ฎก เล่มที่ ๓๓ ได้จัดชาดกเรื่องต่างๆ ลงในบารมี
ท้งั ๓๐ ประการ มีนัยโดยสังเขปท่นี ่าศึกษา ดังนี้
๑. ทานบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ยทานบารมีในขณะท่เี สวยพระชาติเป็นพระเจ้า
สีวิราช (๒๗/๔๙๙) ทรงบำาเพ็ญทานอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็ นพระ
เวสสันดร (๒๘/๕๔๗) และทรงบำาเพ็ญทานปรมัตถบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
กระต่ายป่าสสบัณฑิต (๒๗/๓๑๖)
๒. ศีลบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญศีลบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพญาช้าง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 40
ฉัตทันต์เลี้ยงมารดา (๒๗/๗๒) ทรงบำาเพ็ญศีลอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
พญานาคภูริทัต (๒๘/๕๔๓)
๓. เนกขัมมบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญเนกขัมมบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นอโยฆรราชกุมาร (๒๗/๕๑๐) ทรงบำาเพ็ญเนกขัมมอุปบารมีในขณะที่เสวยพระ
ชาติเป็นหัตถิปาลกุมาร (๒๗/๕๐๙) และทรงบำาเพ็ญเนกขัมมปรมัตถบารมี ในขณะ
ท่เี สวยพระชาติเป็นพระเจ้าจูฬสุตโสม (๒๗/๕๒๗)
๔. ปัญญาบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญปัญญาบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็น
สัมภวกุมาร (๒๗/๕๑๕) ทรงบำาเพ็ญปัญญาอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นอำา
มาตย์วิธุรบัญฑิต (๒๘/๕๔๖) และทรงบำาเพ็ญปัญญาปรมัตถบารมีในขณะท่เี สวย
พระชาติเป็นเสนกบัณฑิต (๒๗/๔๐๒)
๕. วิริยบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญวิริยบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพญากปิ
(๒๗/๕๑๖) ทรงบำาเพ็ญวิริยอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าสีลวมหาราช
(๒๗/๕๑) และทรงบำาเพ็ญวิริยปรมัตถบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพระมหาชนก
(๒๘/๕๓๙)
๖. ขันติบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญขันติบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็ น
จูฬธัมมปาลราชกุมาร (๒๗/๓๕๘) ทรงบำาเพ็ญขันติอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นธัมมิกเทพบุตร (๒๗/๔๕๗) และทรงบำาเพ็ญขันติปรมัตถบารมีในขณะท่เี สวย
พระชาติเป็นขันติวาทีดาบส (๒๗/๓๑๓)
๗. สัจจบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญสัจจบารมีในขณะท่เี สวยพระชาติเป็นวัฏฏกะ
(ลูกนกคุ่ม (๒๗/๓๕) ทรงบำาเพ็ญสัจจอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็นพญาปลา
ช่อน (๒๗/๗๕) และทรงบำาเพ็ญสัจจปรมัตถบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็ น
พระเจ้ามหาสุตโสม (๒๘/๕๓๗)
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 41
๘. อธิษฐานบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญอธิษฐานบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นพญากุกกุระ (๒๗/๒๒) ทรงบำาเพ็ญอธิษฐานอุปบารมีในขณะท่เี สวยพระชาติเป็น
มาตังคบัณฑิต (๒๗/๔๙๗) และทรงบำาเพ็ญอธิษฐานปรมัตถบารมีในขณะท่เี สวยพระ
ชาติเป็นพระเตมิยราชกุมาร (๒๘/๕๓๘)
๙. เมตตาบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญเมตตาบารมีในขณะที่เสวยพระชาติเป็ น
สุวรรณสามดาบส (๒๘/๕๔๐) ทรงบำาเพ็ญเมตตาอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นกัณหาทีปายนดาบส (๒๗/๔๔๔) และทรงบำาเพ็ญเมตตาปรมัตถบารมีในขณะที่
เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าเอกราช
๑๐. อุเบกขาบารมี พระโพธิสัตว์ทรงบำาเพ็ญอุเบกขาบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นกัจฉปบัณฑิต (๒๗/๒๗๓) ทรงบำาเพ็ญอุเบกขาอุปบารมีในขณะที่เสวยพระชาติ
เป็นพญามหิส (๒๗/๒๗๘) และทรงบำาเพ็ญอุเบกขาปรมัตถบารมีในขณะที่เสวยพระ
ช า ติ เ ป็ น โ ล ม หั ง ส บั ณ ฑิ ต (๒ ๗ /๙ ๔ )
หมายเหตุ เลขหน้าเป็นลำาดับเล่มพระไตรปิฎก เลขหลังเป็นลำาดับชาดก เช่น
(๒๗/๒๗๓) หมายถึง พระไตรปิ ฎกเล่มที่ ๒๗ ชาดกเรื่องที่ ๒๗๓)
• การบำาเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในชาติหนึ่ง ๆ มิใช่ว่าจะทรงบำาเพ็ญบารมี
เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ทรงบำาเพ็ญทานบารมี หรือทรงบำาเพ็ญศีลบารมี
อย่างเดียวเท่านั้น แต่ในชาติเดียวกันนั้น ได้บำาเพ็ญบารมีหลายอย่างควบคู่
กันไป แต่อาจเด่นเพียงบารมีเดียว ท่เี หลือนอกนั้นเป็นบารมีระดับรอง ๆ ลง
ไป เช่น ในชาติท่เี ป็นพระเวสสันดรทรงบำาเพ็ญบารมีครบท้งั ๑๐ บารมี
*****************************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 42
พระคาถาชินบัญชร
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรำสี)
ในการสวด คาถาชินบัญชร เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งๆขึ้น ก่อนจะเจริญภาวนา จึง
ขอให้ตั้งนะโม 3 จบ และน้อมจิตระลึกถึงคุณพระคุณสมเด็จโต ด้วยคำาบูชาดังนี้
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะ ญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน
ท้าวเวสสุวัณโณ มรณังสุขัง
อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
๑.
ชะยา สะนา กะตา พุทธา
จะตุ สัจจา สะภัง ระสัง
เชตะวา มารัง สะวา หะนัง
เย ปิวิงสุ นะรา สะภา
พระพุทธเจ้า และพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผพู้ รั่งพร้อมด้วยเสนา
ราชพาหนะแล้ว เสวย-อมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำาสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 43
๒.
ตัณหังกะราทะโย พุทธา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง
อัฏฐะวีสะติ นา ยะกา
มัตถะเก เต มุนิส สะรา
มี ๒๘ พระองค์ คือ พระผู้ทรงนามว่า ตันหังกร เป็นอาทิ พระพุทธเจ้าจอมมุนีทั้งหมดนั้น
๓.
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง
พุทโธ ธัมโม ทะวิโล จะเน
อุเร สัพพะคุณา กะโร
ข้า พระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บน
ศรีษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก
๔.
หะทะเย เม อะนุรุทโธ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภา คัสสะมิง
สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โมคคัลลาโน จะวา มะเก
พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลัง
๕.
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง
กัสสะโป จะมะหา นาโม
อาสุง อานันทะราหุโล
อุภาสุง วามะโส ตะเก
พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย
๖.
เกสะโต ปิฏฐิภา คัสสะมิง
นิสินโน สิริสัม ปันโน
สุริโย วะ ปะภัง กะโร
โสภีโต มุนิปุง คะโว
มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
๗.
กุมาระกัสสะโป เถโร
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง
มะเหสี จิตตะวา ทะโก
ปะติฏฐาสิ คุณา กะโร
พระเถระกุมาระกัสสปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากประจำา
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 44
๘.
ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ
เถรา ปัญจะอิเม ชาตา
อุปาลี นันทะสี วะลี
นะลาเต ติละกา มะมะ
พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณ
เจิมที่หน้าผาก
๙.
เสสา สีติ มะหาเถรา
เอเตสีติ มะหาเถรา
ชะลันตา สีละเต เชนะ
วิชิตา ชินะสา วะกา
ชิตะวันโต ชิโน ระสา
อังคะมังเค สุสัณ ฐิตา
สว่ น พระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน
รุ่งโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำารงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
๑๐.
ระตะนัง ปุระโต อาสิ
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ
ทักขิเณ เมตตะสุต ตะกัง
วาเม อังคุลิมา ละกัง
พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคสูตรอยู่เบื้อง
หลัง
๑๑.
ขันธะโม ระปะริตัญ จะ
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ
อาฏานาฏิยะสุต ตะกัง
เสสา ปาการะ สัณฐิตา
พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
๑๒.
ชินานา นาวะระสัง ยุตตา
วาตะปิตตาทิสัญ ชาตา
สัตตัปปาการะลัง กะตา
พาหิรัช ฌัตตุปัท ทะวา
อนึ่ง พระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำาลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือ
สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำาแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45
๑๓.
อะเสสา วินะยัง ยันตุ
วะสะโต เม สะกิจเจ นะ
อะนันตะ ชินะเต ชะสา
สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ด้วย เดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำากิจการใดๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยใู่ นพระบัญชรแวดวง
กรงล้อมแห่งพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและ
โรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐาน จงกำาจัดให้พินาศอย่าให้เหลือ
๑๔.
ชินะ ปัญชะระ มัชฌัมหิ
สะทา ปาเลนตุมัง สัพเพ
วิหะรันตัง มะหิี ตะเล
เต มะหาปุริสา สะภา
ขอ พระมหาบุรุษ ผู้ทรงพระคุณอันล้าำ เลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผอู้ ยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชิน
บัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดี ฉะนี้แล
๑๕.
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ธัมมานุภาเวนะ ชิตา ริสังโฆ
สัทธัมมานุภาวะ ปาลิโต
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะ ราโย
จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ ฯ
ข้า พระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพ
แห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์
ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำาเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ
******************
พระคาถาชินบัญชร ( ยอ่ )
ชินะปัญชนะระ ปะริตตังมัง รักขะตุสัพพะทา
หรือ
วิญญาณสัมปันโน อิติปิโสภะคะวา นะโมพุทธายะ
(สวด 9 จบ)
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 46
นมัสการพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)
อิติปิโส ๑๐๘
(สวดแบบส้นั เฉพาะตัวอักษรตัวใหญ่)
ต้งั นะโม 3 จบ พุทธบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา ปะติปั ฏติบูชา
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชชาจะระสัมปันโน
สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ ::: 56 จบ
พุทธัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานา สะระณัง คัจฉามิ
สวาขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ ::: 38 จบ
ธัมมัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานา สะระณัง คัจฉามิ
ปัจเจกะพุทธัง ชีวิตัง ยาวะนิพานา สะระณัง คัจฉามิ
สุ ปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ
ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโตสาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย
อัญชะสีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ :::: 14 จบ
สังฆัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานา สะระณัง คัจฉามิ (กราบ)
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 47
บทสวดอิติปิ โส 108 ถอยหลัง
(สวดแบบส้นั เฉพาะตัวอักษรตัวใหญ่)
๑. ติสากัสโล ตังเขตญักปุญ รังตะนุตอะ โยณีระ กะลีชะอัญ โยเนยขิทัก โยเนยหุปา โยเนยหุอา
โฆสังกะวะสาโต วะคะภะสะเอ ลาคะปุค สะริปุ ฐะอัฏ นิคา ยุสะริปุ ริตาจัตตังทิยะ โฆสังกะวะสาโต วะ
คะภะโน ปันฏิปะจิมีสา โฆสังกะวะสาโต วะคะภะโน ปันฏิปะยะญา โฆสังกะวะสาโต วะคะภะโน ปันฏิปะชุอุ
โฆสังกะวะสาโต วะคะภะโน ปันฏิปะสุ
๒. ติหิญูวิญโพ ตัพทิเวตัง จัตปัตโก ยินะปะโอ โกสิปัสหิเอ
โกลิอาอะ โกฐิทิฏสัน โมธัม ตาวะคะภะ โตขาสวาก
๓. ติวา คะภะโธ พุทนังสานุส มะวะเทถา สัตถิ ระสามะธัม
สะริปโุ ร ตะนุตอะทู วิกะโล โตคะสุโน ปันสัมนะระ จะชาวิโธ
พุทสัมมาสัมหัง ระอะวา คะภะโส ปิติอิ
**************
บทสวดนี้ไม่ค่อยจะคุ้นหูคนทั่วไปมากนัก โดยทั่วไปจะท่องบทสวด อิติปิ โส ธรรมดาทั่วไป ซึ่งก่อนนอนหากท่านสวดมนต์อิ
ตปิ ิ โสนี้ทุกวัน เขาว่ากันว่า นอนแล้วจะหลับฝั นดี และได้รับความคุ้มครองจากทวยเทพ ซึ่งหากเราไปต่างจังหวัดหรือไปในที่ที่เรา ไม่
คุ้น ที่แ ล ะ ต้อ ง พัก ข้า ง แ ร ม ค ว ร มีติด ตัว เ อ า ไ ว้ อ ย่า ง น้อ ย ๆ ก็ทำา ใ ห้เ ร า ส บ า ย ใ จ ใ น ย า ม ห ลับ น อ น ..
บท อิติปิ โส ถอยหลัง เมื่อสมัยพุทธกาล มีเหล่าพระสงฆ์อยู่กลุ่มหนึ่งได้ออกธุดงค์ไปในป่ าเขาแห่งหนึ่งซึ่งเป็ นป่ า ที่ว่ากัน
ว่า ไม่มีนักบุญท่านใดอยู่ได้นาน เพราะมักจะมีเหล่าอสูรกายมาหลอกหลอน ให้ตบะพังจนสติแตกอยู่รำ่าไป พระสงฆ์กลุ่มนี้ได้ปั กกรด
และจำาศีลอยู่ที่นั่น ซึ่งมีกันทั้งหมด 8 องค์ ตกกกลางคืน เหล่าอสูรกายก็ออกฤทธิ์ ทั้งหัวเราะทั่วหุบเขา ทั้งแปลงเป็ นผี ควักไส้พุง
ตาถลน ทั้งหมดกลัวสุดขีดแต่ได้ตั้งสติและสวดมนต์ โดยเฉพาะอิติปิ โส แต่พอสวด อสูรกายกลับกลายร่างเป็ นยักษ์โล้น(ร่างแท้ๆ)
ปั ดกลดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ทั้งหมดทุกท่านโกย..โกยเถอะโยม..ม และนำาเรื่องนี้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า ได้ให้
บทสวด อิติปิ โส แต่ให้สวดถอยกลับ เพื่อไปปลดปล่อยยักษ์ตนั้นที่หวงที่ เหล่าพระสงฆ์เหล่านั้น ก็กลับไปที่เดิม ตกกลางคืน มาอีก
หนักกว่าครั้งที่แล้ว ทั้งพายุ***ฝนทั้งฟ้ าผ่า และมันกำาลังจะกระทืบไปที่เหล่าพระสงฆ์กลุ่มนั้น ทั้งหมดห้อมล้อมและท่อง อิติปิ โส
ถอยหลัง ยักษ์ตนนั้น ปวดหัวทรมานอย่างแรง จนต้องอ้อนวอนให้พระสงฆ์กลุ่มนั้นหยุดท่องคาถานี้ หัวหน้าคณะได้ให้ยักษ์สาบาน
ด้วยวาจาสัตย์ว่าต้องไม่ทำาร้ายใครอีก และต้องจำาศีลเพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารที่เป็นอยู่นี้ ยักษ์จึงตกลง..และในที่สุดก็มาเป็ นบท
คาถาบทหนึ่งที่ไม่ใช่แค่คุ้มครองผู้สวด แล้ว ยังป้ องกันภัยอันตรายทั้งหลาย ยามจำา เป็ นต้องพักในที่ที่เราไม่คุ้นเคย...
คาถาบทนี้มี56 ตัว ให้ภาวนา 3 หรือ 7 คาบ ก่อนออกเดินทางไปสารทิศใด ๆ จะแคล้วคลาดปราศจากทุกภัยพิบัติทั้งปวง
หากภาวนาได้ครบ 108 คาบ ติดต่อกัน จะมีตัวเบา เดินตัวปลิว เสกหรือสะเดาะเคราะห์ สะเดาะกุญแจ หรือโซ่ตรวนของจองจำาทั้ง
ปวงได้ส้นิ *************
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 48
บทคาถาว่าด้วยการแผ่เมตตา
คาถาแผ่เมตตาตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายท้งั ปวง
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้
พ้นจากความทุกข์ภัยท้งั ปวงเถิด
--------------------------------------------------------------------------------
คาถาแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ท้งั หลาย
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ด้วยกันทั้งหมดทั้งส้นิ
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพพะยาปั ชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งส้นิ เทอญ
--------------------------------------------------------------------------------
คาถาแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่
บทเมตตา
สัพเพ สัตตา สัตว์ท้งั หลายท่เี ป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วย
กันท้งั หมดท้งั สิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีเวรแก่กันและกันเถิด
อัพยาปั ชฌา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซ่งึ กันและกัน
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 49
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กาย ทุกข์ใจเถิด
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงเป็นผู้มีสุข พ้นจากทุกข์ภัยท้งั สิ้นเถิด
บทกรุณา
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วย
กันทั้งหมดทั้งส้นิ
สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ จงพ้นจากทุกข์เถิด
บทมุทิตา
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วย
กัน กันทั้งหมดทั้งส้นิ
มา ลัทธะสัมปัตติโต วิมุจจันตุ จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด
บทอุเบกขา
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วย
กันทั้งหมดทั้งส้นิ
กัมมัสสะกา เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาทา เป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ เป็นผู้มีกรรมเป็นกำาเนิด
กัมมะพันธุ เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ุ
กัมมะปะฏิสะระณา เป็นผู้มีกรรมเป็นท่พี ึ่งอาศัย
ยัง กัมมัง กะริสสันติ กระทำากรรมอันใดไว้
กัลยาณัง วา ดีก็ตาม
ปาปะกัง วา ชั่วก็ตาม
ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
--------------------------------------------------------------------------------
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 50
คาถาแผ่ส่วนกุศล
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำาเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำาเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำาเร็จแก่ครูอุปั ชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปั ชฌาย์อาจารย์ของ
ข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำาเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำาเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำาเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวร
ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำาเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่ว
หน้ากันเทอญ
--------------------------------------------------------------------------------
บทกรวดน้ำาให้เจ้ากรรมนายเวร
เมื่อเสร็จพิธีทำาบุญและพระสงฆ์กล่าวรับแล้วให้กรวดน้ำาอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้า
กรรมนายเวรของเราโดยว่าดังนี้
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 51
ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการเจริญภาวนานี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรท้งั หลายของ
ข้าพเจ้า ท่ขี ้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ท้งั ท่ขี ้าพเจ้าตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ท้งั ที่
ข้าพเจ้ารู้ก็ดี ไม่รู้ก็ดี ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปั จจุบันชาติ ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใด
ก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรม และอนุโมธนา บุญแก่
ข้าพเจ้าด้วยอำานาจบุญนี้ด้วยเทอญ
--------------------------------------------------------------------------------
กรวดน้ำา อมิ ินา
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา อาจะริยูปะการา จะ มาตา ปิตา จะ ญาตะกา ปิยา มะ
มัง สุริโย จันทิมา ราชา คุณะวันตา นะราปิ จะ พรัมมะมารา จะ อินทา จะ โลกะปาลา จะ เทวะตา ยะโม
มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม สุขัญ จะ ติวิธัง
เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โวมะตัง อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิสเสนะ จะ ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ ตัณหุ
ปาทานะ เฉทะนัง เย สันตาเน หินา ธัมมา ยาวะ นิพพานะโต มะมัง นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ชาโต
ภะเว ภะเว อุชุจิตตัง สติปัญญา สัลเลโข วิริยัมหินา มารา ลภันตุ โนกาสัง กาตุญจะ วิริเยสุ เม พุทธาธิปะ
วะโร นาโถ ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง เต โสตตะมานุภาเวน
ะ มาโรกาสัง ละภันตุ มา ทะสะปุญญานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันตุ มา ฯ
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ด้วยเดชะผลบุญแห่งข้าพเจ้าได้สร้างขออุทิศ
ส่วนกุศลให้ค้ำาชูอุดหนุนคุณบิดามารดา พระมหากษัตริย์ ผู้มีพระคุณ
ญาติกา ครู อุปั ชฌาย์ อาจารย์ เจ้ากรรมนายเวร และมิตรรักสนิท เพื่อน
สรรพสัตว์น้อยใหญ่ พระภูมิเจ้าที่ เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา
แม่พระโพสพ พญายมราช นายนิริยบาล ท้าวจตุโลกะบาลทั้งสี่ ศิริคุต
อำามาตย์ ชั้น จาตุมมะหาราชิกาเบื้องบนสูงสุดจนถึงภวัคคะพรหม และ
เบื้องล่างต่ำาสุดตั้งแต่โลกันตมหานรก และอเวจีขึ้นมาจนถึงโลกมนุษย์
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 52
สุดรอบขอบจักรวาล อนันตจักรวาล คุณพระศรีรัตนตรัย และ เทพยดา
ทั้งหลาย ตลอดทั้งอินทร์ พรหม ยมยักษ์ คนธรรพ์ นาคา พระเพลิง
พระพาย พระพิรุณ ท่านทั้งหลายที่ต้องทุกข์ขอให้พ้นจากทุกข์ ท่านทั้ง
หลายที่ได้สุข ขอให้ได้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยเดชะผลบุญแห่งข้าพเจ้าอุทิศ
ให้ไปนี้ จงเป็ นอุปนิ สัยปั จจัยให้ถึงพระนิพพานในปั จจุบัน และ
อนาคตกาลเบ้ อื งหน้าโน้นเทอญฯ
พุทธัง อะนันตัง ธัมมัง จักกะวาลัง สังฆัง นิพพนานะปัจจะโย โหนตุ
*********************
สมาทานศีล ๘
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ (ว่า ๓ จบ)
(ขอนอบน้อมต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผไู้ กลจากกิเลสควรแก่การกราบไหว้บูชา
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ฯ)
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ข้าพเจ้าขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๒ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 53
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระธรรมเป็นที่พึ่งที่ระลึก
แม้วาระที่ ๓ ข้าพเจ้าก็ขอยึดเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
1.ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตผู้อ่นื )
2.อทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของ ท่เี จ้าของ
เขาไม่ได้ให้)
3.อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการประพฤติล่วงละเมิด
พรหมจรรย์ )
4. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการพูดคำาไม่จริง )
5.สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการดื่มสุราและเครื่องดองของ
เมา อันเป็นท่ตี ั้งแห่งความประมาทขาดสติ)
6.วิกาละโภชนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ขา้ พเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลากาล )
7. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ -
มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ขา้ พเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการฟ้ อนรำา จากการขบั ร้อง จากการ
ประโคมดนตรี จากการดูการเล่นชนิดที่เป็นขา้ ศึกต่อพรหมจรรย์ และงดเว้นจากการทัดทรง
สวมใส่ประดับตกแต่งด้วยพวงดอกไม้มาลา ของหอม เครื่องย้อมเครื่องทาผวิ ทั้งหลาย)
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 54
8.อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอยึดถือเอาสิกขาบท คือตั้งใจงดเว้นจากการนั่งและนอนบนที่นอนสูงและที่นอน
ใหญ่ ซ่งึ ภายในยัดด้วยนุ่นหรือสำาลี)
อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ
(ทั้งหมดนี้คือหัวข้อที่จะต้องศึกษาและปฏิบัติ ๘ ประการ
สีเลนะ สุคะติง ยันติ
ศีลเป็นปัจจัยให้มีความสุข
สีเลนะ โภคะสัมปะทา
ศีลเป็นปัจจัยให้มีโภคสมบัติ
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ
ศีลเป็นปัจจัยให้เข้าถึงพระนิพพาน
ตัสมา สีลัง วิโสธะเย ฯ
เพราะฉะนั้น จงทำาจิตให้สะอาดหมดจดด้วยศีลตลอดกาลทุกเมื่อเถิดฯ)
(จากหนังสือสวดมนต์แปล วัดท่าซุง หน้า ๒๘๐-๒๘๓)
************************
การลดกรรม 45 อย่าง
1. กรรมที่ไม่มีลูก
กรรมจาก การทำาร้ายลูกของสัตว์อ่นื พรากสัตว์อ่นื จากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอ่นื
ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆ เดือน ทำาบุญปล่อยปลาลงน้ำา
ปล่อยนกปล่อยกา ทำาบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือ มูลนิธิเด็กอ่อน
2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย
กรรมจาก เคยทำาทารุณกรรมต่อสัตว์
ลดกรรม ด้วยการทำาบุญทำาทานกับสัตว์อนาถา ให้อาหาร ให้ความเมตตา ซื้อยาหรือ
บริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำาบุญปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 55
3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา
กรรมจาก เคยทำาร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไมเ่ คยทำาบุญ เติมน้ำามันตะเกียงในชาติก่อน
หรือเคยทำาลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ
ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำามัน
ตะเกียงทุกวันพระ! บริจาคเงินในกล่อง ซื้อน้ำามันเติมตะเกียงที่วัด
4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย
กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อ่นื มักรังแกและ
สาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ
ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ
5. สูญเสียคนใกล้ชิด
กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา
ลดกรรม ทำาบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก 1 อย่างชั่วชีวิต หรือ
กินเจทุกๆ 3 เดือน ทำาบุญปล่อยนกปล่อยปลา
6.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย
กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอ่นื เป็นทุกข์หรือเดือดร้อน
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่น เกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมี
ความสุข
7. มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด
กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำาบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุก
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 56
วันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือ ธรรมะแจกจ่ายฟรี
8. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร
กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
ลดกรรม ร่วมทำาบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงาน อ่นื ๆในงาน
ศพ เช่นทำาอาหาร จัดดอกไม้
9. ต้งั หลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำาบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ
ลดกรรม ร่วมทำาบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำาบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย
10. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน
กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำาบุญงานบวช
ลดกรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอ่นื แอบแฝงจะบวช 7
วัน หรือ 15 วัน 1 เดือน 1 พรรษา แล้วแต่ จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์
หรือถือศีล 8 ตามเวลาที่สะดวก และ ตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำาบุญงานบวช อย่าง
สมำ่าเสมอเท่าที่จะทำาได้
11.ไม่มีคนช่นื ชมเอ็นดู ชาดเสน่ห์
กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม
ลดกรรม หมั่นทำาบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย
ทองคำาเปลว ประน้ำาอบ น้ำาปรุง ประพฤติดี ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำาดี พูดดี ให้ผู้
อ่นื ได้ดี มใิ ห้ร้ายผู้ใด
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 57
12. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว
กรรมจาก ทำาติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำาบุญทำาทาน
ลดกรรม หมั่นทำาบุญทำาทานอย่างสมำ่าเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้
ร่วมทำาบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อ่นื พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี
14. ไปไหนมาไหนลำาบาก มีแต่อุปสรรค
กรรมจาก เคยทำาลายหนทางสัญจร ของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำาให้ ทางสัญจร
สาธารณะได้รับความไม่สะดวก
ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด
หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้ ได้มียวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก
14. เป็นคนรับใช้เขารำ่าไป
กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ตน
ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญู ร่วมทำาบุญ สร้างพระพุทธรูป พระ
ประธาน ทำาทานทั้งกับคนและสัตว์
15. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ
กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เม่อื มีคนยากไร้มาขอทานอาหาร
และน้ำา
ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำา เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนาถา! แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของ
ตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ
16. อาภัพคู่ ร้างคู่
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 58
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำาบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาว
ที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น
17. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำาร้ายตนหรือทำาให้เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำาร้ายคู่
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำาบุญปล่อยนก ปล่อยปลา
18. อยู่โดดเดี่ยวยามบ้นั ปลาย
กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง
ลดกรรม ทำาบุญปล่อยปลาลงน้ำา ปล่อยนกปล่อยกา ทำาบุญทำาทานแก่เด็กอนาถาและ
สัตว์อนาถา
19. รูปร่างหน้าไม่งดงาม
กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม
ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำาบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกาย
ให้โรงพยาบาล
20. มักถูกโกง ถูกเบ้ยี วเงิน
กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น!
ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำาบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศ
ส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆเดือน
21. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ
กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำาร้ายพ่อแม่
ลดกรรม หมั่นทำาบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีล 5 ศีล 8 เจริญภาวนา
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 59
นั่งวิปัสสนากรรมฐาน
22. มีคดีความ
กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลือ
ลดกรรม หมั่นทำาบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 8
ทุกๆ 3 เดือนๆละ 7 วัน
23. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำาใจช่วย
เหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
ลดกรรม ร่วมทำาบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หม่นั ไปกราบไหว้บูชาศาลหลักเมือง
ทำาบุญทำาทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด
24. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห
กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำาบุญ
ลดกรรม สวดมนต ์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 5 หรือศีล 8
ทุกๆ 3 เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือ สิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วม
ทำาบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ
25. ไม่มีช่อื เสยี ง
กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำาให้ผู้อ่นื เสียหาย
ลดกรรม ร่วมทำาบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำาบุญหล่อเทียนพรรษา ทำาทานกับคนยากไร้
และสัตว์อนาถา
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 60
26. ไม่มีวาสนาบารมี
กรรมจาก ไมเ่ คยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ
ลดกรรม ทำาบุญสร้างพระพุทธรูป ทำาทานกับคน
27. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เช่อื ฟั ง
กรรมจาก ทำาแท้ง เคยทำาร้ายคนใกล้ชิดมาก่อนและทำาร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน
ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำาให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรม
อุทิศให้ลูกตนเอง
28. เจอแต่คนเอาเปรียบ
กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมย
เงินครอบครัวมาใช้
ลดกรรม หม่นั ยึดถือศีล 5 ให้ม่นั ไม่ดื่มเหล้า ทำาให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หม่นั สวด
มนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดีๆเข้ามาในชีวิต
29. เกิดในสกุลต้อยตำ่า
กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
ลดกรรม ร่วมทำาบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำาบุญทำาทานกับคนยากไร้ และสัตว์
อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี
30. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา
กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น!
ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำาทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์
หนังสือธรรมะแจกฟรี
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 61
31. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์
กรรมจาก เคยชักจูงคนทำาชั่ว
ลดกรรม ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน ทุกๆ 3 เดือน หมั่นทำาบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน
32. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยริษยาผู้อ่นื
ลดกรรม ทำาบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำา นั่งสมาธิ สวดมนต์บท
คาถาพระชินบัญชร
33. ชีวิตตกตำ่า ทำาสิ่งใดไม่เจริญ
กรรมจาก เคยทำาแท้ง
ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำาทุกๆเดือน จนครบ 9 เดือน หรือ 1 ปีเต็ม ถวายสังฆทาน
ทำาบุญใส่บาตรเสมอ
34. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม
เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
ลดกรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่
ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ 1 ครั้ง 3 วัน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกิน
ให้ได้รับกุศลและเปิดทางให้ชีวิตคู่ดี ขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้น
และสมหวัง สวดมนต์ ขอพรทุกวันเกิดด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำาบุญสังฆทานสด
ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติและ
วิญญาณที่ตามมาให้ได้ รับกุศลและอโหสิกรรม
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 62
35. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว
กรรมจาก เคยลำาเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนใน
ครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาติอดีตและชาติปัจจุบัน เคยทำาให้ครอบครัวเขาแตกแยก
ในอดีตชาติ
ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเม่อื เกิดอีกภพชีวิต จะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะ
กุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำาให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่
มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มทุ ิตา อุเบกขา จะทำาให้ชีวิตมีความ
เมตตา และไม่ลำาเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำาให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจาก
ความทุกข์ในเรื่องญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยว ได้ นำาพระคู่บ้านคู่เมอื งเข้าสักการะที่บ้าน และ
สวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข
36. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำาร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ
ลดกรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ในอดีตชาติปัจจุบันชาติ รวมถึง
สรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้ กุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำาใน วันเกิด
ตนเอง กรวดน้ำาอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหสิกรรม ถวายยาเข้าวัด
หรือช่วยเหลือคนป่วย
37. เป็นมะเร็ง
กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำาแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำาร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
ลดกรรม ทำาบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวช ชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่ง
กุศลให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรม ทำาบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลา
วัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึก กรรมฐาน
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 63
38. ค้าขายขาดทุน ทำางานไม่ก้าวหน้า
กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
ลดกรรม หมั่นทำาบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง
หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร
39. ด้อยปัญญา
กรรมจาก ฝักใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำาชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำาบุญทำาทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือ
ตามมูลนิธิต่างๆ
40. ตกงาน
กรรมจาก เคยกล่นั แกล้งผู้อ่นื ในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อ่นื
ลดกรรม หมั่นทำาบุญทำาทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา
41. ไม่มีโชคลาภ
กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ
ลดกรรม หมั่นทำาบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และ
ทองคำาเปลว
42. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค
กรรมจาก ชาติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ
43. มีอาชีพต้อยตำ่าที่ผู้คนดูแคลน
กรรมจาก ชาติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 64
ลดกรรม ถือศีล 5 ศีล 8 นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน
44. ครอบครัวยากจน
กรรมจาก ชาติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
ลดกรรม หมั่นทำาบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย
หรือน้ำาใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด
45. เป็นทุกข์เพราะความรัก
กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อ่นื ให้อกหัก
ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำาบุญงานแต่งงาน ทำาสิ่ง
ดีๆให้คนอ่นื ได้สมรักสม
******************
วิธีการแก้กรรม ลดกรรม
พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน จ.สิงหบุรี)
ตั้งนะโม 3 จบ ทุกครั้ง (ขอให้พระพุทธเจ้าเป็นพระประธาน)
เพราะ บารมีพระพุทธเจ้าเปิด 3 ภพ (โลก) สวรรค์ มนุษย์ นรก เจ้ากรรมนายเวรจะ
อยู่ภพภูมิไหนก็ตาม เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรมให้ วิธีลดกรรม ให้ตนเอง ได้ผล
ดีเร็วขึ้น โดยให้อธิษฐานว่า
“ลูกได้ทำาความดี โดยได้ทำาบุญกุศลใส่บาตร/สวดมนต์ไหว้พระ/
ปฏิบัติสมาธิภาวนา /ปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ฯลฯ ลูกขอถวายบุญกุศลแก่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้า ขอให้พระองค์นำาส่งบุญให้ลูกมีเดชปัญญา โภคะ (ความสมบูรณ์) เพ่อื จะ
ได้อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกภพทุกชาติ ศัตรูหมู่มารหรือหมู่พาล (คือ มนุษย์ เช่น
บริวาร ญาติ มิตร คนรับใช้ สามี บุตร ธิดา ทุกภพ ทุกชาติ) ขอให้ได้รับ กุศลผล
บุญ นี้ เมื่อได้รับแล้วขอให้อโหสิกรรม ให้ขาดจากกัน ณ เด๋ยี วนี้ บัดนี้ ขอให้ข้าพเจ้า
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 65
มีบุญบารมีสูงขึ้น ๆ เต็มขึ้น ๆ เพ่อื จะได้ช่วยสังคมให้สูงขึ้น และช่วยสร้างคนให้เป็น
มนุษย์ เกิดปัญญาทางธรรมมากขึ้นด้วยเทอญ” ให้จุดธูป 3 ดอก กลางแจ้ง สวดนะ
โม 3 จบ แล้วกล่าวว่าข้าพเจ้าขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร ศัตรูหมู่มาร หมู่พาล
ทุกภพ ทุกชาติ ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน (กรณีท่ดี วงตกมากขอ แผ่บุญ ให้
ตนเองให้มาก ๆ ควรสวดอิติปิโสฯ เลยอายุ 1 จบ มีเวลาขอให้ไป ปฏิบัติธรรม ด้วย
จะเกิดผลเร็ว ควรแผ่เมตตาให้มาก ๆ
******************
15 วิธีแก้กรรมทำาให้รวย และคำากล่าวนำาก่อนแก้กรรม
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 66
1. ถือศีล 5 การ ถือศีล 5 เป็นประจำาจะช่วยเสริมดวงชะตา และจิตใจให้ตั้งม่นั อยู่ใน
ความดีงาม การทำาดีและไม่เบียดเบียนใครถือเป็นการทำาบุญกุศลที่ได้อานิสงส์
เป็นผลให้เกิดความโชคดี และแก้เคราะห์ลดกรรมได้
2. การถือศีล 8 จะช่วยเสริมดวงและแก้เคราะห์ได้ เช่นเดียวกับการถือศีล 5
แต่การถือศีล 8 นั้นปฏิบัติได้ยากย่งิ แต่เม่อื ปฏิบัติได้สำาเร็จจะได้กุศลแรงนัก ปฏิบัติแล้ว
ยังช่วยเสริมดวงอำานาจ บารมีได้
3. กินเจ ก็เพื่อลดละชีวิตสัตว์ ซึ่งได้อานิสงส์ผลบุญสูง และควรปฏิบัติอย่าง
เคร่งครัด ถ้าอธิษฐานไว้ว่า 7 วัน ก็ทำาให้ครบ 7 วัน อาจตั้งจิตว่าจะทำาทุกวันพระและทุก
เดือน หรือปฏิบัติทุกเดือน เดือนละ 3 วัน หรือ 7 วัน เป็นต้น
4. ไหว้พระ และถวายดอกไม้ ธูปเทียน รวมทั้งการปิดทองคำาเปลว และเครื่องหอม
ผลบุญนี้จะทำาให้ชีวิตรุ่งเรือง มีความเจริญก้าวหน้า
5. ถวายน้ำามันตะเกียง เพื่อ ความรุ่งโรจน์โชติช่วงของชีวิต
เช่นเดียวกับความสว่างของแสงตะเกียง ทำาให้พ้นจากความมืดมิดทั้งการดำาเนินชีวิต
รวมทั้งปัญหาและความคิดที่สว่างไสวไม่อับจนหนทาง
6. ถวายสังฆทาน เป็นการทำานุ บำารุงพระพุทธศาสนา โดยถวายสิ่งของจำาเป็นแด่พระ
สงฆ์ อานิสงส์ผลบุญ จะส่งให้ชีวิตหมดเคราะห์หมดโศก จะทำาส่งิ ใดก็ราบรื่นไม่ติดขัด
พบแต่ความสำาเร็จสมปรารถนา รวมทั้งมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์ ไม่ขัดสน
7. ไหว้พระ ไหว้บูชาเทพต่างๆ จะทำาให้พบกับความสุข ความเจริญ เกิดความสุขใจ
ว่ามีที่พึ่งพิง ยึดเหนี่ยว นำามาซึ่งกำาลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไปและรู้สึกเสมอว่ามสี ่งิ
ศักดิ์สิทธิ์ คอยคุ้มครองเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
8. ทำาบุญปล่อยสัตว์ เป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อ่นื แต่ถือว่าได้บุญแรง
จะต้องทำาด้วยความตั้งใจจริง เช่น การไปซื้อสัตว์ที่กำาลังจะถูกฆ่า ไปปล่อย ไถ่ชีวิตวัว
ควายถวายวัด เพื่อมอบให้ชาวนานำาไปใช้ประโยชน์ ซื้อปลาในตลาดที่จะถูกฆ่าไปปล่อย
น้ำา ผลบุญนี้ยังผลให้หมดทุกข์ หมดภัย และพบความสุขความเจริญในชีวิต
9. ทำาบุญ ให้ทาน เป็น การรู้จักเสียสละตนเองและแบ่งปันให้ผู้อ่นื
ซึ่งผลบุญจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมีจิตใจยินดีในการทำาบุญให้ทานด้วย ไม่ว่าจะเป็นการบำารุง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 67
พุทธศาสนา หรือการให้ทานเกื้อกูลคนยากไร้ ล้วนแล้วแต่เป็นบุญส่งเสริมให้ชีวิตมีโชค
มีทรัพย์ และมากด้วยบารมี
10. ทำาทานแก่คนยากไร้ เป็น การทำาบุญที่มาจากจิตใจอันไม่ยึดติดมีความไม่โลภ
ผลบุญ จึงหนุนนำาให้ มีแต่ความราบรื่น ยามมเี รื่องติดขัด ก็จะมีผู้มาช่วยเหลือ ค้ำาจุน
ยามมเี คราะห์ภัยก็จะแคล้วคลาด เพราะแรงอนุโมทนาจิตจากผู้ยากไร้ที่ได้รับส่งิ ของจาก
เรานั่นเอง
11. ทำาบุญโลงศพ ซื้อโลงศพบริจาคศพอนาถาไร้ญาติ จะได้อานิสงส์แรงยิ่งนัก
การทำาบุญเช่นนี้จะช่วยเสริมดวงชะตาให้แข็งแกร่ง สามารถต้านเคราะห์ภัยหนักต่างๆ
และผ่อนหนักเป็นเบาได้
12. พิมพ์หนังสือธรรมะแจก จัดพิมพ์เอง หรือร่วมบริจาคสมทบทุนการพิมพ์กับผู้อื่น
ก็ได้ เป็นการเสริมดวงให้มีวาสนาบารมี เพื่อให้ปัญญาสว่าง หมดทุกข์ หมดโศก ไม่มี
เคราะห์ร้ายมากล้าำ กราย
13. บริจาคค่าน้ำา ค่าไฟ จะช่วยให้ชีวิตราบรื่น หมดทุกข์ หมดโศก ประสบแต่ความโชคดี
14. ซื้อข้าวสารถวายวัด เล้ยี งอาหารเด็กกำาพร้าตามสถานสงเคราะห์เป็นการสั่งสมบุญ
กุศล เพื่อให้ชีวิตม่งั คั่ง อุดมสมบูรณ์และเพียบพร้อมด้วยบารมี
15. การตักบาตรร่วมขันกับผู้อ่นื หรือทำาบุญร่วมกับผู้อื่น ไม่ ว่าจะทำาบุญด้วยการบริจาค
ทรัพย์หรือโดยทางอ่นื จะส่งผลให้เนื้อคู่ดูดี ดวงชะตาแข็งแกร่ง เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
และจะได้แต่เพื่อนที่ดีในชาตินี้
วิธีแก้กรรม การแก้กรรม แก้กรรม ลดกรรม วิธีลดกรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วขึ้น
เรื่อง นี้ มีผู้แนะนำามาอีกทอดหนึ่ง ผู้เขียนเห็นว่าเข้าท่า จึงขอบอกต่อ โดยขอ
ให้ท่านใช้วิจารณญาณของท่านพิจารณาเอง หากเห็นว่าไม่เสียหายอะไร ทำาดีกว่าไม่
ทำา ก็ขอให้ทำา อย่างน้อยที่สุด ท่านก็จะได้รับความสบายใจ แต่ถ้าเป็นสิ่งได้ผลจริง ก็
ยิ่งเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอด พวกเราจะได้ลดผลกรรมที่ไม่ดี หรือ กรรมชั่ว ในอดีตให้น้อย
ลง กรรม ก็เหมือนเกลือที่อยู่ในนำ้าเกลือ หรือกรรมมิได้หายไปไหน ผู้ใดก่อกรรมใด
ไว้ ไม่ว่าดีหรือชั่ว ย่อมต้องชดใช้ หรือได้รับผลตอบแทนจากการกระทำาของตน แต่
เกลือแม้จะมีอยู่เพียงไรก็ตามหากเติมปริมาณนำ้าให้มาก เกลือก็ย่อมลดความเค็มลงได้
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 68
ความดีที่กระทำามาก ๆ หากทำาถูก ทำาดี ผลกรรมชั่วแม้มีอยู่ก็อาจตามไม่ทัน แม้ท่าน
องคุลีมานจะฆ่าคนตาย 999 คน ในพุทธกาล ก่อนที่จะบรรลุเป็น พระอรหันต์ แต่
กรรมชั่วเช่นว่า กห็ าตามท่านทันไม่ เพราะความดีท่ที ่านได้ดวงตาเห็นธรรม เพียงแต่
ประโยคท่พี ระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “เราสิหยุดแล้ว แต่ท่านสิหาหยุดไม่” หมายถึง
พระพุทธองค์ทรงหยุด หรือตัดกิเลสลงได้สิ้นเชิง แต่ องคุลีมาน หาได้หยุด หรือตัด
กิเลสใด ๆ ลงได้ไม่ พระพุทธองค์ ทรงหยุดกิเลสมิให้มากลำ้ากรายได้ แต่องคุลีมาน
ไม่สามารถหยุดกิเลสได้ ในขณะฆ่าคน เพื่อจะได้สำาเร็จวิชาชั้นสูงจากอาจารย์ของตนที่
หลอกให้ไปฆ่าคนให้ได้ 1,000 คน จึงจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาชั้นสูงให้คำาแนะนำาในการ
ลดกรรมชั่วก็มี ว่า เวลาที่ทำาบุญหรือทำาความดีอะไรทุกครั้ง นอกจากจะทำาบุญเกี่ยว
กับพระพุทธศาสนาแล้ว เช่น การ ใส่บาตร การ ถือศีล และอื่น ๆ หรือการพูดคุย
ธรรมะ, การช่วยให้ผู้อื่นสบายใจ ชี้แนะทางแก้ไขปัญหาชีวิต, การทำาความสะอาด
ห้องพระ, การร่วมอนุโมทนาการทำาความดีของผู้อื่น การกวาดใบไม้ หรือทำาความ
สะอาด สถานที่ปฏิบัติธรรม, การทำาความสะอาดห้องนำ้า หรือของใช้ส่วนรวม, ความ
ที่มีจิตใจดีหรือตั้งใจดีทั้งหมด การดูแลคนแก่ เด็ก ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็น กุศล ผลบุญ
ทั้งสิ้น โดยขอให้เริ่มโดยการตั้งนะโม 3 จบ ทุกครั้ง (ขอให้พระพุทธเจ้าเป็นพระ
ประธาน) เพราะบารมีพระพุทธเจ้าเปิด 3 ภพ (โลก) สวรรค์ มนุษย์ นรก เจ้ากรรม
นายเวรจะอยู่ภพภูมิไหนก็ตาม เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรมให้ วิธีลดกรรม ให้
ตนเอง ได้ผลดีเร็วขึ้น โดยให้อธิษฐานว่าลูกได้ทำาความดี โดยได้ทำาบุญกุศลใส่บาตร/
สวดมนต์ไหว้พระ/ปฏิบัติสมาธิภาวนา /ปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ฯลฯ ลูกขอถวายบุญ
กุศลแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้พระองค์นำาส่งบุญให้ลูกมีเดชปัญญา โภคะ
(ความสมบูรณ์) เพื่อจะได้อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกภพทุกชาติ ศัตรูหมู่มารหรือ
หมู่พาล (คือ มนุษย์ เช่น บริวาร ญาติ มิตร คนรับใช้ สามี บุตร ธิดา ทุกภพ ทุก
ชาติ) ขอให้ได้รับ กุศลผลบุญ นี้ เมื่อได้รับแล้วขอให้อโหสิกรรม ให้ขาดจากกัน ณ
เดี๋ยวนี้ บัดนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีบุญบารมีสูงขึ้น ๆ เต็มขึ้น ๆ เพื่อจะได้ช่วยสังคมให้สูง
ขึ้น และช่วยสร้างคนให้เป็นมนุษย์ เกิดปัญญาทางธรรมมากขึ้นด้วยเทอญ (จิตสัมผัส
รู้ ชั่วดี เลว และรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า นอกจากนั้นขุมทรัพย์ ลาภยศจะมาเอง และยัง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 69
ช่วยผู้อื่นในครอบครัวได้ด้วย กรรมเวร ลดได้โดยการขอขมากรรม) ถ้า เจ้ากรรม
นายเวร เล่นงานส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายทำาให้ที่เจ็บปวด หรือ เจ็บป่วย หากได้
รับ อโหสิกรรม จะหายเจ็บป่วยทันที หรืออาการทุเลาโดยเร็ววันอย่างเห็นได้ชัด พระ
ธรรมสิงหบุราจารย์ ท่านกล่าวว่า การแก้กรรม ต้องแก้ท่ตี ้นเหตุ เช่น ทำาบุญใส่บาตร
พระ 1 องค์ และถวาย พระสะดุ้งมาร 3 นิ้ว ดอกไม้ธูปเทียน ซึ่งเป็น วิธีแก้กรรม ที่
ต้นเหตุวิธีหนึ่ง หลังจากใส่บาตร กรวดนำ้าทำาให้เสร็จวันเดียวกัน การหาหมอเป็นการ
แก้ที่ปลายเหตุ ผลช้า ถ้า นั่งกรรมฐาน ด้วย สติปัฎฐาน 4 จะแก้ได้เร็ว และหาย
ป่วยเจ็บได้ หากยังไม่หายขาดก็เพราะเจ้ากรรมนายเวรชุดใหม่จะเข้ามาแทนที่ เพราะ
ในอดีตเราสร้าง กรรม ไว้มาก เจ้ากรรมนายเวร แต่ละชุด ก็จะมาทวงหนี้กรรมตาม
ลำาดับ จะต้อง แก้กรรม ต่อไป ด้วยวิธีการที่แนะนำาแล้ว กรรมทั้งหลายจะได้หมดไป
การลดกรรม ด้วยวิธีการใส่บาตรให้ได้ผล รวมทั้งสร้างกุศลผลบุญครั้งใด ๆ ก็ตาม
(มิใช่ใส่บาตรเฉย ๆ แล้วจะได้ผล ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยจำานวนมากบอกว่า ได้ทำาบุญ
ใส่บาตรพระแล้ว โรคร้ายแรงต่าง ๆ ไม่หาย ไม่บรรเทาอาการป่วยหายได้อย่างไร
เพราะทำาไม่ถูกต้อง ใส่บาตร 100 องค์ ก็หาประโยชน์ในการลดกรรมเท่าใส่บาตร
เพียงองค์เดียวไม่ เพราะไม่ถึงเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นเจ้าหนี้กรรมอยู่ เสมือนกับเป็น
หนี้เจ้ากรรมนายเวร ชุด ก. แต่ไปใช้หนี้กลุ่มอื่น เจ้าหนี้ชุด ก. ก็ย่อมไม่พอใจ ไม่
อโหสิกรรม ให้แน่นอน กรรมเก่าที่ไม่ดีก็ย่อมไม่ลด) วิธีแก้กรรม/ลดกรรม ที่ถูกวิธี
นั้น พระธรรมสิงหบุราจารย์ ท่านแนะนำาว่าให้จุดธูป 3 ดอก กลางแจ้ง สวดนะโม 3
จบ แล้วกล่าวว่า ข้าพเจ้าขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร ศัตรูหมู่มาร หมู่พาล ทุก
ภพ ทุกชาติ ขอให้อโหสิกรรมให้ขาดจากกัน (กรณีที่ดวงตกมากขอ แผ่บุญ ให้
ตนเองให้มาก ๆ ควรสวดอิติปิโสฯ เลยอายุ 1 จบ มีเวลาขอให้ไป ปฏิบัติธรรม ด้วย
จะเกิดผลเร็ว ควรแผ่เมตตาให้มาก ๆ วันละ 10 – 30 ครั้ง การแผ่เมตตาที่ได้ผล
ท่านพระธรรมสิงหบุราจารย์แนะนำาว่า ถ้าจะ กรวดนำ้า ต้องกรวดนำ้าลงดิน หรือใช้
สมาธิกำาหนดอธิษฐานจิตด้วยความตั้งใจ ประกอบด้วยความมีสติ และสัมปชัญญะ
แผ่เมตตาออกจากลิ้นปี่ แล้วอุทิศส่วนกุศลจากจักระ 6 หรือบริเวณตาที่สามที่กลาง
หน้าผากต่าำ ลงเล็กน้อยจะได้ผลมากขึ้น ที่มา สารชมรมศาสนาและการกุศล เรื่องที่ 44
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 70
กรรมฐานแก้กรรมได้อย่างไร ?
โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)
ขอเจริญพร บรรดาญาติพี่น้องและคณะอาจารย์วิทยาลัยครูธนบุรีและผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน ขอ
เจริญสุขนักศึกษาที่มาปฏิบัติธรรมทุกคน วนั นี้จะแสดงธรรมะในเรื่องกฎแห่งกรรมและกรรมฐานแก้
กรรมได้อย่างไร ขอให้ท่านทั้งหลายได้ตั้งใจฟังธรรมสืบไป
คำาว่า กฎแห่งกรรม แปลว่าอะไร กฎ แปลว่า ดัน และผลัก กรรม แปลว่า การกระทำา แต่ละ
ราย แต่ละรูปไม่เหมือนกัน ทำาดีก็ดันไปทางดี ทำาชั่วก็ดันไปทางชั่ว กฎ ตัวนี้คือ กฎแห่งธรรมชาติ กฎ
แปลว่า กดลงไปและดันขึ้นมา ถ้าหากเรามีคุณธรรมได้อบรมมาดีแล้ว มันจะดันและผลักไปในทางดีให้
มปี ัญญาถ้าการกระทำาของเราไม่สมส่วนควรกัน ไม่สมเนื้อสมนำ้า เพราะจิตใจที่อบรมมาไม่ดี มันจะดัน
ไปในทางที่ไม่ดี และกดให้จมลง ให้ตำ่าลงไป โผล่ไม่ขึ้น อาตมาประสบมามากหลาย บางคนไม่สนใจใน
เรื่องกรรมดี กรรมชั่ว ต้องการอายุม่นั ขวัญยืน ต้องการให้มีความสวยงาม ผิวพรรณผ่องใส ต้องการให้
สุขภาพอนามัยดี และต้องการให้กิจการสำาเร็จตามเป้าหมาย แต่เขาไม่ได้สร้างเหตุผลที่จะส่งผลให้อายุ
ยืน กลับไปทำาให้อายุสั้น ไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เบียดเบียนชีวิตเขา อาฆาต เคียดแค้น ผูกพยาบาท ริษยา
รับรองผู้นั้นจะอายุสั้น พลันตายตั้งแต่อายุยังน้อย พระท่านสอนไว้ว่า “กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ” การเกิด
เป็นมนุษย์แสนจะยาก ลำาบากเหลือเกิน ที่จะเกิดมาโสภาภาคย์ มีหน้าตาดียิ่งหายากที่สุด ท่านต้องมี
ญาณมา มีปัญญามา มีวิชชามา มีความรู้ของมนุษย์ คือมีคุณสมบัติมนุษย์ครบ คือคุณธรรม มีศีล ๕
ครบ จึงจะมาเกิดเป็นมนุษย์ที่โสภาได้ บางคนมีศีลมาไม่ครบ มีคุณสมบัติไม่ครบ เกิดมาขี้ริ้วขี้เหร่ บาง
คนเกิดมาง่อยเปลี้ยเสียขา บางคนตาบอดหูหนวก บางคนแถมยังปัญญาอ่อนอีก บางคนเฒ่าแก่ชรา
เป็นอัมพาต บางคนมีทานดีมาแต่ชาติก่อน ก็เกิดมาเป็นลูกมหาเศรษฐีมั่งมีศรีสุข แต่เม่อื ชาติก่อนเขา
ได้ทำาการเบียดเบียนสัตว์มา ชาตินี้จึงสามวันดีสี่วันไข้ เข้าโรงพยาบาลไม่พัก มีเงินก็ช่วยไม่ได้ บางคน
ไม่ได้สร้างเหตุแห่งปัญญามา ถึงเกิดเป็นลูกเศรษฐี เงินก็ชื้อวิชาไม่ได้ เงินก็ช่วยลูกเรียนเป็นดอกเตอร์
ไม่ได้ เพราะเหตุใด เพราะทำาบุญมาไม่ครบ บางคนบ้านใหญ่โตราวกับวัง แต่กินข้าวกับนำ้าตาไม่เว้น
แต่ละวัน ท่านทั้งหลายโปรดทราบ เรื่องสังข์ทองเป็นปริศนาธรรม หกเขยคือหน้าโง่ โง่ทางอายตนะ ตา
โง่ ไม่มีกำาหนดเห็นหนอ เห็นด้วยโง่ๆ ไม่เห็นลึกซึ้ง ไม่เห็นนิสัยใจคอคน ดูคนไม่เป็น ดูคนให้ดูหน้า ดู
ผ้าให้ดูเนื้อ ดูเสื่อให้ดูลาย ดูชายให้ดูพ่อ จะได้ไม่ย่อท้อใจ !
ท่านทั้งหลาย เพิ่งเริ่มเข้ามาปฏิบัติไม่กี่ชั่วโมง จึงอาจจะไม่ลึกซึ้งถึงขึ้นที่ดูหน้าดูตาก็จะรู้ได้ ดูคน
ให้ดูหน้า ดูโหงวเฮ้ง การแนะแนวไม่ใช่มาถึงวัดสอนบุญ บาป ทำาบุญไปสวรรค์ ทำาบาปไปนรกเท่านั้น
ต้องสอนแนะแนวถึงกรรมฐานแก้กรรมได้อย่างไร ใครเอาไปใช้ปฏิบัติเป็นประจำา จะแก้กรรมได้จริงๆ
ถ้าใช้ไม่จริงก็เหมือนถ้วยชา เขาให้มาแล้วเอาไปใส่ตู้ไว้ ไม่ค่อยใช้ให้เป็นประโยชน์เลย ตัวเรานี้มี
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 71
ประโยชน์มาก แต่ใช้ตัวไม่เป็น ไปใช้ในเรื่องไร้สาระเสียมาก ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง เกิดมาเสีย
ชาติเกิดไม่ประเสริฐลำ้าเลิศ ไหนๆ จะตายจากโลกไปก็จะต้องมีความดีติดตัวไปด้วย และทิ้งความดีไว้ใน
โลกมนุษย์ คือความดีเป็นตรา ถ้าใครทำากรรมฐานได้ลึกซึ้ง จะรู้เหตุผลของชีวิตได้อย่างดีที่สุด เป็น
ประโยชน์แก่ชีวิตประจำาวัน แก้ไขปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะหน้าด้วยกรรมฐาน
บางคนชอบไปหาหมอดู หมอดูบอกว่าต้องสอบได้ที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่า สอบตก หมอดูว่า สอบ
ตกกลับสอบได้เพราะเราขยัน เราต้องสร้างความดีให้กับดวง หาใช่ดวงทำาให้เราดีไม่ ต้องสร้าง อยู่เฉยๆ
ดีได้อย่างไร มันต้องเกิดจากการกระทำา คือกฎแห่งกรรมนั่นเอง
การสร้างความดีให้กับดวง ก็คือสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา ให้เกิดขึ้นแก่ตัวเรา แล้วเราจะอบอวล
ทวนลม ผู้ที่มีสมาธิจะเป็นคนขยันหมั่นเพียร และเป็นผู้มีปัญญา คนที่มปี ัญญาแหลมลึก แหลมหลัก
ต้องมีสามคม คมกริบ ไว้ภายในจิต ไม่บอกใคร แสดงออกในเม่อื มีความจำาเป็นจะต้องใช้ คมคาย มัน
ยังเป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่เสมอ ก็เอาบุ้งมาแทง อย่างนี้เป็นต้น คมสัน มันต้องใช้ขวานตอกยำ้าลงไป จึง
จะเข้าเรียบร้อยดี นี่มันมีในลักษณะศีล สมาธิ ปัญญา ครบ ศีล คือ สถาปนิก ออกรูปแบบพื้นฐานให้
คนชอบ สมาธิ คือ วิศวกร รู้วาระจิต รู้จักนำ้าหนัก รู้จักชั่งตวงวัด รู้จักวาระจิตของคน ในฐานะเช่นไร
ควรทำากับเขาอย่างไร รู้จักกาลเทศะ รู้จักบาป รู้จักบุญ รู้จักคุณ รู้จักโทษ รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่
เป็นประโยชน์ที่วิศวกร ปัญญา คือ นายช่าง ลงมือทำาทันที มิได้รอรีแตป่ ระการใด
ถ้าใครเป็นทั้งสถาปนิก วิศวกรและนายช่างแล้ว รับรองคนนั้นเอาตัวรอดปลอดภัยในอนาคต
บางคนเกิดมาแต่ชาติก่อน นิสัยดีมีปัญญาในโลกมนุษย์นี้ เขาจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ถึงจะเกิดใน
บ้านยากจนก็สามารถเป็นรัฐมนตรี หรือเป็นใหญ่เป็นโตได้ เพราะสตปิ ัญญาที่สร้างมาแต่ชาติก่อน คน
เราก็มีทั้งถูกและแพง มีทั้งเก๊และดี มีทองคำาก็มีทองชุบ มีหลวงพ่อทวดก็มีหลวงพ่อเทียบ คนดีหายาก
คนเก๊เยอะ มีน้อยเหลือเกินที่จะดีเด่นเห็นชัด และเห็นไกล อย่างนี้หายาก ต้องอดทน ต้องฝึกฝนท่าน
ทั้งหลายเอ๋ย จิตนี้ฝึกได้ขยันก็ได้ฝึกให้ทำางานก็ได้ ฝึกให้ขี้เกียจก็ได้
การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จะรำาลึกชาติได้ รู้กฎแห่งกรรมที่ผ่านมา จะแก้ปัญหากรรมที่เกิด
ขึ้นเฉพาะหน้าในกิจประจำาวันของเราได้ ถ้าใครเจริญวิปัสสนากรรมฐาน โดยต่อเนื่อง สร้างความดีให้
ติดต่อกัน สร้างความดี ถูกตัวบุคคล ถูกสถานที่ ถูกเวลา ต่อเนื่องกัน เสมอต้นเสมอปลายแล้ว คน
นั้นจะได้รับผลดี ๑๐๐% และจะเอาดใี นชาตินี้ได้แน่นอน ไม่ต้องรอดีถึงชาติหน้า สำาคัญที่ทำาความดี
ผิดสถานที่ ผิดตัวบุคคล และผิดกาลเวลาด้วย ไม่ใช่กาลเวลาที่จะต้องทำาไปแล้วไปทำา ไม่ใช่กาลเวลาที่
จะพูดแล้วไม่พูด มันก็เสียหาย ถ้าเรานั่งสมาธิอยู่หายใจยาวๆ มีกรรมฐานเป็นการพักผ่อนในร่างกายใน
ตัว เช่น ๑ นาทีหายใจ ๑๘ ครั้ง กำาลังนอนหลับเหลือ ๑๕ ครั้ง ถ้าเราทำาสมาธิปกติเหลือ ๑๕ ครั้ง ก็
เหมือนได้หลับไปแล้ว มันไม่อ่อนเพลียละเหี่ยใจแต่ประการใด มันจะเข้าภาวะปกติอย่างดียิ่ง จะมี
พลังจิตสูง ต่อสู้กับเหตกุ ารณ์และปัญหาได้ ด้วยการฝึกฝนกรรมฐานนี่แหละ เพราะฉะนั้น กรรมฐาน
แปลวา่ การกระทำาให้ฐานกายนี้เป็นที่ต้งั ของสติ พอท่านทั้งหลายทำาจนได้ดวงตาเห็นธรรมวิเศษบาง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 72
ประการ ได้ศีล สมาธิ ลึกซึ้งในจิตใจ ท่านจะเห็นความดีในจิต รำาลึกถึงบุพการีได้ สามารถรำาลึกชาติได้
จะไม่ลืมพ่อ ลืมแม่ ปู่ย่าตายาย ครูบาอาจารย์ จะสนิทสนมกลมกลืนกัน กับครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณทั้ง
หลาย นักปราชญ์ท่านสอนไว้ว่า ถ้าเราให้อะไรใครจะไม่นับไม่จำา แต่ใครให้อะไรเรา แม้นำ้าถ้วยเดียว เรา
ก็กำาหนดจดจำาไว้ได้ เราจะไม่ลืมบุญคุณของเขา อย่างนี้จะเกิดขึ้นกับนักกรรมฐาน ที่ซึ้งใจ เพราะเหตทุ ี่
เราไม่หวังผลตอบแทน แล้วบุญกุศลจะสนองแก่เราเอง เงินไหลนอง ทองไหลมา จะคิดอ่านทำาอะไร
ก็ได้ผลสำาเร็จตามเป้าหมายทุกประการ มีแตค่ วามเจริญ จะได้อยู่ในแวดวงสิ่งแวดล้อมที่ชื่นใจ ไม่มีการ
ทะเลาะวิวาทกัน จะมีแต่สิ่งที่เป็นมงคลในบ้านนี้ อันนี้บางคนทำาได้ยาก เพราะสันดานทำาไม่ได้ นิสัยไม่
ให้ รูปร่างก็ดีๆ นะ แต่นิสัยไม่ให้ บางคนเข้าใจว่าคนอื่นคงเหมือนเรา และเราเหมือนคนอื่นเขา
เหมือนไม่ได้ ! เพราะแตกต่างด้วย กฎแห่งกรรม เหมือนกันไม่ได้ ! การแต่งกายก็ไม่เหมือนกัน บาง
คนชอบทรงนั้นทรงนี้ ถา้ เคยชอบอย่างไร ไปใช้อย่างอื่นมันก็ไม่พอใจ ไม่สบายใจเป็นที่การฝึก เราเคย
ทำาอย่างนี้แล้วไปทำาอย่างนั้นมันก็ทำาไม่ได้ ก็ธรรมดา เพราะกฎแห่งกรรมนี้มันแยกประเภทของสรรพ
สัตว์เหมือนกันไม่ได้ กฎแห่งกรรมสั้นๆ มาจากไหน อาตมาทบทวนได้แล้วขอฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วย
เราจะดูได้จาก เห็นหนอ ! รู้หนอ คิดหนอ เข้าใจหนอ และกำาหนดกิเลสได้ในตัวเรา ธาตุ อายตนะจะโง่
หรือฉลาดอยู่ที่ อายตนะ ๖ อยู่ที่.....อินทรีย์ หน้าที่นี้เอง ตา หู จมกู ล้นิ กาย จิต จะโง่หรือไม่โง่ อยู่ที่
ตรงนี้ จะฉลาดหรือมีปัญญาอยู่ที่ตา หู.....ทำาได้จริงหรือเปล่า กำาหนดต่อเนื่องหรือเปล่า เปล่าเลย มันก็
ไม่ได้ ก็ได้แค่นั้น ที่กำาหนดก็ไม่รู้ด้วย และรู้ไม่จริง ที่ท่านทั้งหลายทำานี่ ก็ต้องการเอาเป็นนิสัยปัจจัย
เพื่อทำาต่อเนื่องต่อไปในอนาคต เพื่อแก้ปัญหาปัจจุบัน จากการกำาหนดตา หู จมูก ล้นิ กาย ใจนี่เอง นี่
มันอยู่ตรงนี้ มันโง่หรือฉลาดมันอยู่ตรงนี้เอง ขันธ์ ๕ รูปนามก็อยู่ตรงนี้เอง เพราะฉะนั้นการกระทำา
ของแต่ละท่านนี้ เราดูได้จากตัวเรา สังเกตได้จากตัวเรา เจริญกุศลภาวนามีหน่วยกิตครบ เราจะรู้ได้เอง
ว่าตัวเรามีปาณาติบาตติดตัวมา ๖๐% เราจะต้องรับใช้หนี้ในชาตินี้แน่ รับใช้หนี้อะไร ก็หมายความว่า
เราจะต้องโดนรถชน เราจะต้องโดนฆ่าตาย เราจะต้องโดนใส่ร้าย มันจะบอกเราเองก่อนที่จะไปบอกคน
อ่นื เขา อันนี้อาตมาก็ได้ประสบมาเป็นต้น เช่นมี ปาณาตบิ าตฆ่าสัตว์ติดตัวมา ๖๐%เรารู้แจ้งแก่ใจ รู้วัน
ตายว่าจะต้องตายอย่างไร รถชนตาย โดนยิงตาย โดนอุบัติเหตุตาย เป็นต้น จะโดนง่อยเปลี้ยเสียขา
โดนทรมาน โดนหนอนกินจนชีวิตหาไม่ มันจะบอกเหตุการณ์ชัดในตัวเราก่อน ในเม่อื บอกตัวเราได้ ดู
คนอ่นื มันก็บอกได้ เราอ่านภาษาอังกฤษที่นี่จบ ไปอ่าน เอ บี ซี ที่ไหน มันก็ต้องผสมสระ ผสมอักษร
เข้าแล้วก็แปลความหมายของศัพท์ได้ นั่นแหละเช่นเดียวกัน เราจะรู้ได้ว่าเห็นหนอ คนนี้มีปาณาติบาต
ติดมา ก็จะรู้ได้เลยว่า กฎแห่งกรรม คนนี้จะต้องเป็นอัมพาต คนนี้ต้องไปอุบัติเหตุ คนนี้ไปโดนรถชน
ตาย มันบอกชัดนะ มีประโยชน์มากสำาหรับผู้ทำาได้ มันมีประโยชน์อย่างนี้ ถ้าเราเจริญกรรมฐาน เราจะรู้
กฎแห่งกรรม ได้ตอนมีเวทนา คนไหนอดทน ต่อเวทนาได้ กำาหนดผ่านเวทนาได้ เราจะรู้ได้ว่าทุกข์
ทรมานที่ผ่านนั้นไปทำากรรมอะไรไว้ มันจะมีกรรมอะไรมาแทรกซ้อน มันจะบอกเราเอง อันนี้มีตัวอย่าง
ที่อาตมาประสบการณ์มามากมาย เช่น อทินนาทาน เบียดเบียนทรัพย์เขามานะ แล้วก็ไปเบียดเบียน
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 73
สัตว์ด้วย ทุกอย่างเอาหมดมักได้มักง่าย รุกหัวคันไร่คันนา ลักเงินลักทอง โจรกรรมเล็กๆ น้อย สะสม
หน่วยกิตนิสัยไม่ดี นิสัยเคยชิน ในการลักขโมย ไปเบียดเบียนทรัพย์ เหมือนเศรษฐีมีเงิน แล้วไปบ้าน
เหนือบ้านใต้ ก็ต้องหยิบมีดเขามา หยิบโน่นใส่พกใส่ห่อมา จนได้คือนิสัยสันดาน มีเงินแล้วยังต้องไป
ลักของเขาอีก ไปเบียดเบียนเขาอีก เบียดเบียนคนจนอีก ทำานองนี้เป็นต้น
กฎแห่งกรรมจะบ่งบอกออกมาเป็นดุจเครื่องคอมพิวเตอร์ว่า คนนี้ได้เงินได้ทองมาแล้ว ต้องถกู
โจรกรรม ต้องถูกคนลัก ตีชิงว่งิ ราว มิฉะนั้นไฟจะไหม้บ้าน ไม่เคยผิดแมแ้ ต่รายเดียว อาตมาเคยทายไว้
คนนี้ระวังนะโยมเคยถูกโจรกรรมไหมโยม ไม่ถูกเลยค่ะ ระวังอันเดียวคือไฟไหม้บ้านหมดเนื้อประดาตัว
แล้วก็จริงด้วย อันนี้เห็นได้ชัด นี่แหละท่านทั้งหลาย ทำาให้มันจริง จะเห็นจริง ทำาไม่จริง จะเห็นจริงได้
อย่างไร ต้องเห็นจากตัวเราออกมาข้างนอก เรารู้ตัวว่าเรามีเวรมีกรรมประการใด ก็ใช้หนี้โดยไม่ปฏิเสธ
ทุกข้อหา จิตอโหสิกรรมได้ ยินดีรับเวรรับกรรมได้ โดยไม่มีปัญหาใดๆ กาเมสุมิจฉาจาร ถ้าเรารู้ตัวเอง
นั่งเจริญกุศลภาวนา มันจะบอกว่าอดีตชาติ ไปปู้ยี่ปู้ยำาเขามา ชู้สาวนานาประการ ผัวเขา เมียเขา นานา
ชนิด มีข้อคิดหลายอย่าง มาในชาตินี้ เราก็มาลำาบากลำาบน ในครอบครัวหาความสุขไม่ได้เลย มีสามีก็
เป็นของเขาหมด มีภรรยาก็มีชู้หมด และครอบครัวต้องหายนะ ทะเลาะวิวาทกัน ไม่ใช่คู่สร้างคู่สม
กลายเป็นคู่วิวาทกัน และจะต้องแตกแยกหย่าร้างกันไป ถึงจะมีลูกด้วยกันแล้ว มีทั้งเขยสะใภ้แล้ว
ก็ตาม จะต้องแยกกันไปตามกาลเวลา จากการกระทำาของเราแน่นอนที่สุด บางท่านเป็นผู้ชายแท้ๆ
ปู้ยี่ปู้ยำาผู้หญิง ทำาให้เขาชำ้าอกชำ้าใจหลายชาติที่ผ่านมา เกิดมาในชาตินี้ต้องเกิดมาเป็นผู้หญิงโสเภณี
ก่อนจะตายต้องให้หนอนกินก่อน มีจริงที่จดไว้หลายราย ถ้าท่านไม่เชื่อลองไปทำาดูนะ มคี วามหมาย
อย่างนี้ นอกเหนือจากนั้น หลอกลวงโลกหวังเอาลาภเขา หลอกลวงเขาตลอดรายการ พูดเท็จ พูดส่อ
เสียด พูดคำาหยาบ เพ้อเจ้อ เลี้ยวลดคดเคี้ยวติดวิญญาณมาในชาตินี้ รับรองอย่าปฏิเสธ ไม่ช้าเราต้อง
โดนหลอกเอาเงินไป โดนหลอกเอาโน่นไป โดนหลอกเอานี่ไปอย่างแน่นอน ใครเป็นผู้หลอก ผู้ใกล้ชิด
ญาติมิตรหรือเพื่อนฝูง เขามาเกิด จะต้องสนองงานในกฎแห่งกรรม ก็มาหลอกเอาของเราไป และเรา
ไม่ต้องติดตามของนั้นแน่นอนที่สุด เพราะเราไปหลอกเขามาก่อนอย่างนี้เป็นต้น
สุราเมรัย เครื่องดองของเมานานาชนิดทุกประการ ถา้ เรานั่งภาวนาเราจะรู้ตัวเองว่า อดีตชาติเรา
เสพยานี้มาไหม ถ้าติดมา ๖๐% รับรองว่า เรานี้จะไม่ต้องเรียนอะไรเลย เรียนไม่ไหวแล้ว และเป็นโรค
ปัญญาอ่อน ไปเรียนอะไรก็ไม่จบหลักสูตรมัธยมศึกษา แน่นอนและเป็นความจริงด้วยเราต้องแก้กรรม
ของเราเสีย อ๋อ ! ปาณาติบาต เม่อื ชาติก่อนติดมา เรายังไม่ง่อยเปล้ยี เสียขาในขณะนี้ เราจะต้องรับ
สนองผลงานในโอกาสหน้า เราก็รีบบำาเพ็ญกุศล ด้วยการปฏิบัติกรรมฐาน เราก็มาบำาเพ็ญทานศีลและ
ภาวนา สวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำา อโหสิกรรมเสียก่อนและเราก็แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
ทั้งหลาย ที่เราไปสร้างกรรมมาครั้งอดีต รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง รู้เท่าทันหรือไม่เท่าทันก็ตาม ถา้ รู้เท่าไม่ถึง
การณ์เช่นนี้แล้ว ขอสรรพสัตว์ทั้งหลาย จงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า มันก็จะน้อยลงไป ยกตัวอย่าง
อาตมาเป็นต้น อาตมารู้ตัว ๖ เดือน ก็ขออโหสิกรรมทุกวัน ว่าเราก็ไปหักคอนกมามากหลาย เราก็บอก
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 74
วา่ พ่อนกเอ๊ยตอนที่ข้าพเจ้าเป็นเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าเอาโทษเราเลย ขอให้โทษเราลดลงไป ให้
อภัยโทษเถิด เหมือนให้การกับศาลรับสภาพฉะนั้น ศาลจะเมตตาเราที่ให้ความสะดวกในการพิจารณา
ของศาล จึงลดโทษลงไปอีก ๖๐% เราอาจจะรอดจากความตายได้ เลยก็เตรียมให้รถชนคอหักหมุนได้
แล้วก็กลับมาใช้เวรกรรมให้สิ้นสุดในชาตินี้ชาติเดียวเท่านั้น ผ่านจากหนักเป็นเบาได้ คือมิได้ปฏิเสธทุก
ข้อหาด้วยกรรมฐาน แก้กรรมได้อย่างนี้ โดยรู้ตัวของเราเอง ญาติโยมผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน ถ้ามีเวทนา
ต้องสู้ กำาหนดให้ได้ ปวดท้อง ปวดขา หรือปวดตรงไหน ปวดหนอ ตายให้ตาย เดี๋ยวท่านจะเห็นกรรม
เม่อื อดีตชาติท่านทำาอะไรไวท้ ่านจะโล่งใจนะ ท่านจะดีใจเดี๋ยวท่านจะได้ แก้กรรมด้วยการแผ่เมตตา
อโหสิกรรม ข้าพเจ้าจะไม่ปฏิเสธกรรมทุกข้อหา นี่กรรมฐานแก้กรรมอย่างนี้ บางทีเรามีเวทนาหน่อย
เลิกเลย ไม่รู้จะแก้อย่างไร ครูอาจารย์เขาบอกกำาหนด ปวดหนอๆ นักศึกษาวิทยาลัยครูพระนครศรี
อยุธยา มานั่งปฏิบัติ เดี๋ยวนี้จบปริญญาโทเป็นอาจารย์ที่ขอนแก่นไปแล้ว ปวดหนอๆ ปวดหนักเข้ามา
บอกแม่ยุพิน บอกหนูไม่หาย แม่ยุพินให้กำาหนดต่อไป พอวันที่ ๓ นึกขึ้นได้ เม่อื อยู่ชั้นประถมสอง
ประถมสาม หักขาเขียด หักทั้งเป็น ใส่เกลือทั้งเป็น กำาหนดหนักเข้าให้อโหสิกรรม แผ่เมตตาให้สัตว์
เสีย นี่แหละกรรมฐานแก้กรรม ก็เลยเบาลงไปและหายวบั ไปกับตา ไมป่ วดขาอีกต่อไป เขาบอกว่าไป
หักขาขวาเขียดและปวดขาขวามาตลอด พออโหสิกรรมว่าไม่ปฏิเสธ เราไปหักขาเขามาจริง เราปวดอย่าง
นี้ เขาก็ต้องปวดอย่างนั้นแหละ เราก็ต้องใช้หนี้ด้วยการปวดไป ทรมานพอสมควรแก่เวลา และเรา
กำาหนดจิตแผ่เมตตาต่อ เม่อื ออกจากกรรมฐาน อโหสิกรรมเสีย นี่เรียกว่า กรรมฐานแก้กรรมอย่างนี้
สามารถจะไม่ปวดอีกต่อไปแล้ว บางคนปวดตา บอกว่า “ไม้แทงตา ไม้แหลมมาแทงตาปวดเหลือเกิน”
กำาหนดเข้าโยม ไม่มีใครไปแทง กำาหนดเสีย นึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นคนข้างวัด
นี้เอง แต่ไม่เคยทำากรรมฐาน เดี๋ยวภาพนิมิตออกมาทันที โยมคนนี้อายุ ๗๐ กว่าแล้ว ภาพนิมิตออกมา
วา่ เม่อื ยังแข็งแรงอยู่ มาลักหน่อไม้วัดนี้ หน่อไหนที่เอาไม่ได้ เอาไม้แหลมแทงให้มันเสีย แทงหน่อไม้
วัดเลย ตัวเองก็ต้องปวดตาอย่างนี้ พอรู้ชัดเข้าก็ขออโหสิกรรม พระสงฆ์อนุโมทนาและก็หายปวดตาจน
ชีวิตหาไม่ นี่กรรมฐานแก้กรรมอย่างนั้น บางคนไม่รู้พอปวดก็เลิกไปเลย ไม่เอาแล้ว ชอบสบาย รับรอง
ท่านจะไม่รู้กฎแห่งกรรม เดี๋ยวจะว่าอาตมาหลอกไม่ได้นะ อาตมาผ่านมาแล้วนะ ขอฝากผปู้ ฏิบัติธรรม
ไว้ด้วย เป็นคนจริงหรือเปล่า ถ้าจริงต้องได้ผลแน่ อย่างหนูที่วทิ ยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา เจริญวัย
ชันษาพอดี ผทู้ ี่ไม่ได้รับราชการครู แต่เรียนวิชาครูไม่จำาเป็นต้องเข้าครูเสมอไป เพราะวิชาครูเป็นหลัก
สำาคัญมาก เป็นศูนย์กลางอันสำาคัญ ที่เรียนเข้าไว้ สามารถจะเล่อื นยศตำาแหน่งได้ มีจ่าทหารคนหนึ่ง มี
ฝึกกรรมฐานที่นี่ สอบวิชาครูได้ปริญญาตรี บัดนี้เล่อื นเป็นนายร้อยโทแล้ว อาตมาช่วยบอกเจ้ากรม
กรมยุทธศึกษาทหารบก เดี๋ยวนี้เป็นร้อยเอกไปอีกคนหนึ่ง อย่างท่านทั้งหลายเป็นทหาร เป็นฝ่ายอะไร
ก็ตามมีประโยชน์นะ แตท่ ่านไม่นั่งกรรมฐานจริง ก็ไมท่ ราบประโยชน์ตัวเอง อันนี้ช่วยไม่ได้ นี่เห็นว่า
คนเข้างานได้หมดแล้ว บรรจุได้หมด เจริญกรรมฐาน เป็นผลงานกฎแห่งกรรม แก้กรรมได้คนที่เป็น
หนี้เขา ยังใช้หนี้ไม่หมด สร้างความดีไม่ขึ้นหากินไม่ขึ้น บางคนหาเงินโดยค้าขายรำ่ารวยจริง แต่เก็บไม่
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 75
อยู่ ทำาอย่างไรก็ไม่อยู่ ไม่รู้ไหลออกไปทางไหนหมด อาตมาก็ดูให้ บอกให้มานั่งกรรมฐานเสีย แก้กรรม
นี้ ก็ได้ความว่า สร้างเวรสร้างกรรมมามากยังใช้ไม่หมด พอใช้เวรใช้กรรมหมด อโหสิกรรมแผ่เมตตา
บำาเพ็ญกุศลเสร็จเรียบร้อย ทีนี้เงินเก็บอยู่ละ เป็นเศรษฐีได้ นี่กลายเป็นคนมีเงินมีทองไปแล้ว นี่แหละ
ใช้หนี้ใครไม่หมดไม่เจริญหรอก ทำาไม่ขึ้น ขอฝากไว้สั้นๆ นะ บางคนมาถามว่า "ฉันมีเวรมีกรรมอะไร”
“มานั่งกรรมฐานซิโยม จะได้รู้” “โอ๊ย ฉันไม่มีเวลา ไม่ว่าง"
แต่เวลาไปคุยบ้านเหนือบ้านใต้ว่างดีนัก คุยนินทากันนั่นแหละว่าง ไปสร้างความชั่วว่าง แต่
สร้างความดีไม่มีใครว่าง ถูกต้องแล้วน่าเห็นใจ เพราะคนเราจะดีเหมือนกันทุกคนไม่ได้ แล้วแต่วาสนา
บารมี คนที่ไม่มีบุญวาสนา มันทำายาก อาตมาก็เห็นใจด้วยคนเราที่จะดึงมาสร้างความดีดึงยาก เพราะดู
เหตุการณ์แล้ว คนนั้นไม่มีบุญ ไม่มีวาสนา เขาจึงทำายาก อย่าไปว่าเขาเลย เพราะไม่มีวาสนา ทำาอย่างไร
ก็ทำาไม่ขึ้น และทำาไม่ได้ด้วย
ขอเจริญพรให้ญาติพี่น้องได้ทราบว่า กรรมฐานแก้กรรมได้ มีนายทหารคนหนึ่ง ยศร้อยโท อยู่
ศูนย์การทหารปืนใหญ่มาบวชที่นี่ พ.ศ. ๒๕๐๐ มีลูกผู้หญิง ๒ คนแล้ว ปู้ยี่ปู้ยำากับผู้หญิงจริงๆ ไม่
เชื่อบุญเชื่อกุศล ไม่เชื่อเวรเชื่อกรรมด้วย อาตมาบอก “ผู้บังคับหมวด อาตมาขอบิณฑบาต สึกหาลา
เพศแล้ว อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงเขานะ”
“โอ๊ยหลวงพ่อ ผมไม่เชื่อ ไม่มีทางหรอก สนุกสนานไปชั่วคราวเท่านั้น ตอนตายแล้วมันก็สูญ
จะไปเกิดที่ไหนอีก ที่ผมมาบวชที่นี่ไม่ใช่ เพราะศรัทธานะ แม่ให้มาบวช แม่บอกว่าสำาเร็จนักเรียนนาย
ร้อยแล้วบวชให้แม่หน่อย เลยผมก็ไปมคี รอบครัวเสียก่อน” “เอาละผู้หมวด ไม่เชื่ออาตมาไม่เป็นไรนะ
จดไว้นะไม่มีลูกผู้หญิงบ้างก็แล้วไปนะ” “โอ๊ย ผมมี ๒ คนแลว้ ” “จดไว้เผื่อจะมีลูกผู้หญิงอีก”
ในที่สุดก็สึกหาลาเพศไป จากไปเป็นเวลานานหลายสิบปี ยศสุดท้ายก่อนที่จะมาพบกัน เป็นนายพัน
เอกพิเศษ มีลูกสาว ๓ คน ลกู ชาย ๒ คน ภรรยาเป็นอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย ขอฝากข้อคิด
ท่านทั้งหลายไว้ หนักเข้าลูกสาวสามคนเป็นอย่างไร ลูกสาวจบ ม.๖ ทุกคน จบแล้วออกเลเพลาดพาด
ไปด้วยกฎแห่งกรรม จากที่พ่อทำาให้กับลูก มาหาพ่อ พ่อก็เตะทั้งรองเท้า มาหาแม่ แม่ก็บ่นจู้จี้ สอนลูก
ด้วยด่าลูกด้วย ลูกก็เลยออกจากบ้านไป ไปร้องเพลงอยู่ตามโฮเต็ล ตามโรงแรม ทำาเสียหายน่าบัดสีใน
วงศ์ตระกูลเหลือเกิน ลูกชายสองคนดีหมด นี่แหละกฎแห่งกรรม
หนักเข้าสามีภรรยาก็ร้องไห้มาหา เพราะวา่ บันทึกหลักฐาน จำาได้ว่าบวชที่วัดนี้เม่อื พ.ศ. ๒๕๐๐
บันทึกไว้ว่า ไม่เชื่อตามใจ ลูกจะต้องเสียหายมากราบนมัสการอาตมา อาตมาบอก ท่านจะแก้ไหมล่ะ ถ้า
จะแก้ลาพักร้อนมาด้วยกันทั้งคู่ มานั่งเจริญกรรมฐาน ๗ วัน แล้วก็แผ่เมตตาให้ลูก อโหสิกรรมให้ลูก
ทุกวันๆ อย่าด่าลูกอกี ต่อไป ต้งั แต่นาทีนี้เป็นต้นไป ลูกมาแล้วก็อย่าไปพูดเรื่องเก่ามาเล่ากันใหม่ โดย
เด็ดขาด เอาเรื่องใหม่เลย ให้ลูกไปเรียนปริญญาต่อไป ก็ได้ความว่า กลับไป ลูกกลับทีละคน ไปตาม
น้องมาหมด พ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไร หนักเข้าทั้งสามคนก็ไปเรียนรามคำาแหง สำาเร็จปริญญาด้วยกัน
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 76
ทั้งหมด และบัดนี้เข้าทำางานด้วยกันทั้งหมด ลูกสาวก็มานั่งวิปัสสนาที่นี่ด้วย
บางคนหาเงินหาทองรำ่ารวยจริงๆ ได้มาเก็บไม่อยู่ ต้องไหลออกไปจนได้ มีเรื่องให้ไหลออกไป ก็
เพราะเราใช้กรรมไม่หมด มันต้องใช้กรรมอยู่ตลอดไป อย่าไปเสียใจไม้ต้องไปหาหมอดู เราก็เป็นพิเภก
เสียเอง คือ สติเป็นพิเภก หนุมานเป็นลิง คือจิตใจ ลักษณ์ราม คือธรรมะที่ประทับใจ ขาวผ่องบริสุทธิ์
ใจคือพระลักษณ์ น่ารัก น่าเอ็นดู น่าบูชา เขียวชอุ่ม เป็นพุ่มไสว อิทธิพลของบุญกุศล ดลบันดาลให้
จิตใจชุ่มชื่นเป็นเรื่องการกระทำาของกรรม เพราะคนไม่มีบุญวาสนาทำาอย่างนี้ไม่ได้ ต้องฝืนใจ คนที่จะดี
ได้ต้องฝืนใจได้ ถ้าฝืนใจไม่ได้รับรองเอาดีไม่ได้ ไปเกิดอยู่ที่ไหนก็เอาดีไม่ได้ จะไปบวชเป็นพระ เป็นชีก็
เอาดีไม่ได้ ดีไม่ได้แน่ เพราะฝืนใจไม่ได้ ล่องไปตามกระแสลมและสายธาร ตามอารมณ์ตามใจตัวเอง
ตลอดมาช้านานแล้ว จึงเอาดีไม่ได้ดังเหตทุ ี่กล่าวมานี้ มีความหมายอย่างนั้น
เรื่องที่จะเล่าสู่กันฟังมีมาก มีหลายเรื่องก็จริง แต่หมดเวลาแล้ว ขอแนะนำาโยมผู้ปฏิบัติธรรมทุก
ท่าน จงอุตส่าห์ต้งั ใจอดทน เดินจงกรมนั่งปฏิบัติคู่กันไป อย่างที่คุณหมอชลอ คู่กับแม่ใหญ่มาช้านาน
นั้น ก่อนที่จะเข้าผลสมาบัติได้ ๘๔ ชั่วโมง รำาลกึ ชาติได้ว่าตัวเองเกิดที่บ้านมอญ จังหวัดราชบุรี ไปฆ่า
เขาตายที่นำ้าตกเอราวัณ พอเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว เข้าผลสมาบัติ ลืม ! อาตมาจดไว้ครบ และเขาต้องไป
ตายตรงนั้นทีเดียวกฎแห่งกรรมอย่าลืมนะ ทำาเขาไว้ ไปฆ่าเขาตายที่ ต.ท่าพุทรา อ.ศรีสวัสดิ์
จ.กาญจนบุรี ที่กระท่อมหลังนั้น ตัวเองก็ต้องไปโดนฆ่าตายตรงนั้น
ขอฝากไว้ด้วยเป็นกฎแห่งกรรม ทำาอะไรขอให้ทำาให้จริงๆ ได้ผลจริงและสมค่า สมปรารถนาทุก
ประการด้วยกฎแห่งกรรม ที่ชี้แจงแสดงมาในวันนี้
กินเจ เพ่อื อะไร ?
กินเพ่อื สุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เม่อื กินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่ง จะทำาให้
ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ใน สภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้
ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มี เสถียรภาพ
กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำาวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพ
สัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำานึกอนั ดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้น ซึ่ง
มีเลือดเนื้อ จิตใจและที่สำาคัญมคี วามรักตัวกลัวตายเชน่ เดียวกับคนเรา
กินเพ่อื เว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งย่อมตระหนักว่าการกินซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอา เลือดเนื้อผู้
อ่นื มาเป็นองเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อ่นื ก็เหมอื น
กับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มคี นกินก็ไม่มีคนฆ่ามา ขาย กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้า
ทำาให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเรา สั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เม่อื ผู้หย่งั รู้เรื่องกฎแห่ง
กรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่าหนั มารับประทานอาหาร เจ ซึ่งทำาใหร้ ่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่
เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 77
ประโยชน ์ ของการกนิ เจ
การกินอาหารเจ นอกจากจะเป็นการถือศีลและรักษาประเพณีแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อ
ร่างกายดังนี้
1. ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมด ทำาให้ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน สาร
อาหารที่มีคุณค่าในพืชผักและผลไม้ จะช่วยให้ระบบขับถ่าย และการย่อยเป็น ปกติ
2. เม่อื รับประทานเป็นประจำาโลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ต่างๆ ของ
ร่างกายเสื่อมสลายช้าลง ทำาใหอ้ ายุยืนยาว มีผิวพรรณสดช่นื ผ่องใส นัยน์ตาแจ่มใสไม่พร่ามัว
ร่างกายแข็งแรงรู้สึกเบาสบายไม่อึดอัด มีสุขภาพพลานามัยดี
3. อวัยวะหลักสำาคัญภายใน ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และ อวัยวะประกอบคือ
ลำาไส้ใหญ่ ลำาไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาอาหาร ถุงนำ้าดี แข็งแรง ทำางานได้เป็นปกติ
สมบูรณ์
4. ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้แก่
4.1 สารเคมี ยากำาจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สารดีดีที
4.2 มลภาวะและก๊าซพิษที่เกิด จากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจาก
เครื่องจักร เครื่องยนต์ซึ่งแพร่กระจายปะปนไปในอากาศที่เราหายใจอยู่เป็นประจำาและยังพบ ว่า มี
ปะปนอยใู่ นแหล่งนำ้าดื่มด้วย
4.3 กัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากการ ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ และ ในการทำา
สงคราม สารอาหารในพืชผักช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายสามารถทนต่อการทำาลายจากรังสีต่างๆ
5. ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้สูงกว่าคนปกติธรรมดาสารพิษที่ก่อให้
เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ในบรรดาผู้ที่กินอาหารเจ อาหารพืชผัก และผลไม้เป็นประจำาความเจ็บไข้ได้
ป่วยมักไม่มีปรากฏโดยเฉพาะโรค ที่รุนแรง หรือ เรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิต
สูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ไขข้ออักเสบ โรคเก๊าส์ โรคเบาหวานฯลฯ โดย
เฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ยอ่ ยอาหาร และทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร
มะเร็งในกระเพาะและลำาไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย โรคเหล่านี้จะไม่ค่อยพบเลยในกลุ่มคนผู้ที่
รับประทานอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำา
หลักธรรมในการกินเจ
ในทัศนะของคนกินเจ การกินที่ทำาให้ชีวิตผู้อ่นื ต้องเดือดร้อนล้มตายนั้น “มันมากเกิน
ไป” ทั้งๆ ที่มนุษย์กินแต่อาหารพืชผักก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 78
การกินเจตั้งมั่นอยู่บนหลักธรรมสำาคัญ 2 ประการคือ ดำารงชีวิตอยู่ด้วย อาหารที่ไม่
เบียดเบียนตนเองและดำารงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ ไม่เบียดเบียนผู้อ่นื กล่าวคือ
1. ไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมาต่อเติมบำารุงเลี้ยงชีวิตของตน
2. ไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเลือดของตน
3. ไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเนื้อของตน
การรับประทานสิ่งใดก็ตามที่ทำาลายสุขภาพร่างกายของตนให้ทรุดโทรม คือ การ
เบียดเบียนตนเอง ปัจจุบันวิทยาการเจริญก้าวหน้าได้พิสูจน์ยนื ยันว่าเลอื ดและเนื้อของสัตว์ ที่ ถูก
ฆ่าตายเต็มไปด้วยพิษภัยมากมาย
ดังนั้นการกินเจจึงไม่ใช่เพื่อใหเ้ กิดผลดีต่อจิตใจเท่านั้นแต่ยังครอบคลุมไป ถึงการมี
สุขภาพพลานามัยที่ดีอกี ด้วย ร่างกายและจิตใจ เป็นของคู่กันมคี วามสัมพันธ์ส่งผลถึงกันคนเรา
ย่อมไม่อาจจะ รสูึ้กเบิกบานสดช่นื ร่าเริงได้ ในขณะที่ร่างกายเจ็บป่วยทรุดโทรมยำ่าแย่
การปฏิบัติตนในช่วงกินเจ
ในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน 9 คืน ผู้ที่ต้องการกินเจอย่างครบถ้วยสมบูรณ์ตามประเพณี
การกินเจ จะต้องปฏิบัติดังนี้
1. งดเว้นเนื้อสัตว์หรือทำาอนั ตรายต่อสัตว์
2. งดนม เนย และนำ้ามันที่มาจากสัตว์
3. งดอาหารรสจัด ซึ่งหมายถึงอาหารเผ็ด หวานมาก เปรี้ยวมาก เค็มมาก
4. งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกล่นิ แรง เชน่ ผักชี กระเทียม หัวหอม ตน้ หอม กุยช่าย รวม
ทั้งใบยาสูบ สิ่งเสพติดและของมึนเมาตา่ งๆ
5. รักษาศีลห้า
6. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์
7. ทำาบุญทำาทาน
8. นุ่งขาวห่มขาว
สำาหรับผู้ที่เคร่งครัดเพื่อการกินเจให้เป็นไปอย่างบริสุทธ์โดยแท้ จะเพิ่มการปฏิบัติโดยการกินอาหาร
เฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นผู้ปรุงเท่านั้น รวมถึงจะล้างหม้อไหจนสะอาดเอ่ยี มแยกภาชนะสำาหรับ
การปรุงอาหารเจไว้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังจุดตะเกียงไว้ 9 ดวง ตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน
โดยไม่ปล่อยให้ดับเพื่อเป็นพุทธบูชาและรำาลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มบี ุญ
คุณต่อผืนแผ่นดินเกิด
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 79
กินเจในวันเกิดของตนเอง
วันที่เราได้เกิดมามีชีวิตไมค่ วรทำาลายผู้อ่นื สัตว์ทั้งหลายเม่อื ถือกำาเนิดมาบนโลกต่างก็
อยากมีชีวิตอยู่ยืนยาว เป็นการไม่สมควรอย่างย่งิ ที่ไปฆ่าผู้อ่นื แล้วกินเลือดกินเนื้อเขาเพื่อฉลอง วัน
เกิดของตนเองซึ่งเป็นการตัดทอนอายุขัยของผู้อ่นื ให้สั้นลง แล้วจะหวังให้ ตนเองมีอายุยนื ยาวได้
อย่างไร
อานิสงค์ 10 ขอ้ ของการไม่กินเนื้อสัตว ์
1.เป็นที่รักใครูของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
2.จิตอันเป็นมหาเมตตายูอมบังเกิดขึ้น
3.สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
4.ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนรูางกาย
5.มีอายุมั่นขวัญยืน
6.ได้รับการปกป้องคุ้มครอง จากวัชรเทพทั้งแปด
7.ยามหลับนิมิตเห็นแตูสิ่งที่ดีงามเป็นศิริมงคล
8.ยูอมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
9.สามารถดำารงอยู่ในกระแสแหูงพระนิพพาน ไมูพลัดหลงตกลงสู่อบายภ่มิ
-นรกภ่มิ มี 10 ขุม
-เปรตภ่มิ
-เดรัจฉานภ่มิ
10.ทันที่ที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตญาณจะมูุงสู่คติภพ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 80
สัตว์จำานวนมหาศาลต้องถูกเลี้ยงในสถานที่ที่แออัด
ถูกปฏิบัติอย่างไม่มีคุณค่าโดยเจ้าของธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้อง
รอวันหนึ่งเม่อื เนื้อของมันจะให้ค่าตอบแทนสงู สุดแก่ผู้ลงทุน
พวกมันก็จะถูกกวาดต้อนไปเชือด
นี่คือปาณาติบาตท่ที ำาอย่างเป็นระบบ เป็นวงจร
และอย่างปราศจากความสำานึกทางศีลธรรมใดใด
เมตตาธรรมสำาหรับฝ่ายมหายาน
นอกจากจะคือความรักและหวังดีต่อเพื่อสรรพสัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก
ยังหมายถึงการจะไม่ยอมให้มีการกดขี่เบียดเบียนกัน
โดยที่เราไม่ยอมยื่นมือไปช่วยด้วย เมตตาธรรมในความหมายหลังนี้
คือความมนี ้ำาใจ การคิดถึงผู้อื่น
และรู้สึกว่าตราบใดที่โลกนี้ยังมีการกดขี่เบียดเบียนกัน
เราจะนิ่งดูดายคิดถึงแต่ความบริสุทธิ์ส่วนตัวไม่ได้
การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นหลักการแก้ความชั่วร้ายโดยวิธีอหิงสาโดยแท้
เราไม่จำาเป็นต้องเรียกร้องระบบการคุ้มครองสิทธิสัตว์
(คือเสนอให้มีกฏหมายยกเลิกการค้าขายเนื้อสัตว์)
อย่างที่ชาวตะวันตกบางพวกกำาลังรณรงค์
เพราะการเสนอเช่นนั้นเป็นการสร้างการเผชิญหน้ากัน
สิ่งที่เราสามารถทำาได้ง่ายๆ ตรงไปตรงมาทันทีทันใด
คือ พยายามไม่กินเนื้อสัตว์
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 81
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 82
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 83
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 84
ใจความสำาคัญ บทสวดมนต์พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์
ขอนอบน้อมพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ พระผู้เปี่ ยมล้นด้วยมหา
เมตตา มหากรุณาอันยิ่งใหญ่ไพศาล ขอได้โปรดบำาบัดปั ดเป่ าทุกข์โศกโรค
ภัยอันตรายท้งั ปวง
ข้าพเจ้าขอน้อมถึงพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ พระแม่
กวนอิมมหาโพธิสัตว์ ขอได้โปรดขจัดปั ดเป่ าทุกข์โศกโรคพภัยอันตรายทั้ง
ปวงให้หมดสิ้นไป ขอความสุขสมปรารถนาทุกประการจงมีแด่ข้าพเจ้า ขอ
เทพเจ้าเบื้องบนและเทพเจ้าเบื้องล่างทั้งหมด ได้โปรดปั ดเป่ าเวรกรรม
และสรรพเคราะห์ท้งั มวลให้หมดสิ้นไป
*****************
อานิสงส์ของการไหว้พระสวดมนต์
1.การสวดมนต์ทุกวันเป็นมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว
2.เป็นการบำาเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่ง
3.ทำาจิตบังเกิดกุศลได้ง่าย
4.ทำาให้ใจสงบสุขุม
5.เหมาะสำาหรับการเตรียมตัวก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
6.สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
7.เป็นบุญท่ไี ด้กล่าวคำาศักดิ์สิทธิ์ท่พี ระพุทธเจ้าบัญญัติไว้
8.เพื่อความสำาเร็จในสมบัติท้งั ปวง
9.เป็นการขจัดภัยต่าง ๆ 10.เพื่อบรรเทาความเจ็บป่ วยต่าง ๆ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 85
พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (地藏王菩薩)
” งัน ปอ ลา หมก เลง ทอ เนง ซอ พอ ฮอ “
พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แปลว่า พระโพธิสัตว์ผู้เป็นครรภ์แห่งแผ่นดิน หรือ
เป็นนัยยะว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ใต้พื้นพิภพ เพราะพระองค์มีมหาปณิธาน
ว่า “ตราบใดที่ยังมีสัตว์หลงเหลือในนรกภูมิแม้เพียงหนึ่งพระองค์จะมิทรงเข้าสู่
พระพุทธภูมิ” ซึ่งเป็ นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าสัตว์ในนรกนั้นมีจำานวนมากมายกว่า
ประชากรบนสวรรค์และโลกมนุษย์มาก เนื่องจากคนทำาชั่วมีมากกว่าคนทำาดี ด้วย
พระองค์ทรงประกาศมหาปณิธานที่ยิ่งใหญ่และยากยิ่งนักที่จะสำาเร็จได้ สาธุชนจึง
สดุดีพระองค์ว่า “พระมหาปณิธานโพธิสัตว”์ (大願菩薩) และมีพระวจนะหนึ่งของ
พระองค์ที่เป็นที่ซาบซึ้งประทับใจสรรพสัตว์ทั้งปวงว่า “หากเรามิเข้าสู่นรกภูมิแล้ว
ไซร้ ผู้ใดเล่าจะเป็นผู้เข้านรกภูมิ”ตามประวัติพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงวิภูษณะ
อาภรณ์ประดุจมหาบุรุษ แต่ในสมัยหนึ่งเจ้าชายเมือง “ซินหลอ 新羅國” (ปั จจุบัน
คือ ประเทศเกาหลี) พระนามว่า “กิมเคียวกัก 金喬覺” ทรงเบ่อื หน่ายในโลกียวิสัย
แล้วเสด็จออกผนวช ธุดงค์มาถึงประเทศจีนบนภูเขาเก้ายอด(九華山) พร้อมกับ
สุนัขสีขาวชื่อซ่านทิง (善聽) แล้วสั่งสอนสาธุชนอยู่ ณ ที่นั้น จนเมื่อมรณภาพให้
ปรากฎมีเปลวเพลิวพวยพุ่งออกจากหลุมพระศพเป็ นอัศจรรย์ ทำาให้ เชื่อว่า
พระองค์เป็นนิรมาณกายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ลงไปฉุดช่วยสรรพ สัตว์ใน
นรกภูมิด้วยเหตุผลนี้เราจึงเห็นพระปฏิมาของพระองค์เป็นภิกษุจีนแต่ง กายแบบ
พระถังซัมจั้ง พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้ขักขระทองคำา พระหัตถ์ขวาทรงดวงแก้วมณี
มีคติความเชื่อที่มิถูกต้องยิ่งนักที่ว่า “พระกวนอิมโปรดเฉพาะคนเป็น พระตี่
จั้งโปรดเฉพาะคนตาย” ทำาให้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์(พระตี่จั้ง) ไม่เป็นท่นี ิยมกราบ
ไหว้ในครัวเรือน เพราะผู้ไม่รู้เข้าใจว่าจะเป็นการชักนำาดวงวิญญาณให้ตามพระองค์
เข้ามาในบ้านด้วย โดยท่แี ท้แล้วเมื่อครั้งพุทธกาลพระพุทธองค์ทรงแสดง
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 86
อานิสงค์แห่งการบูชาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไว้ถึง ๒๘ ประการ คือ
๑. เทพนาคาปกปักษ์รักษาและระลึกถึงอยู่เป็นนิจ
๒. กุศลผลบุญเจริญรุ่งเรืองไพบูลยย์ ่งิ ๆขึ้นทุกทิวากาล
๓. เป็นการสร้างสมอริยมรรคเป็นสมุฏฐาน ท้งั ยังถือ
เป็นเหตุปัจจัยแห่งกุศลกรรม
๔. ไม่ท้อถอยในการบังเกิดโพธิจิต
๕. สมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคตลอดกาล
๖. แคล้วคลาดปราศจากโรคาพยาธิ
๗. รอดพ้นจากอุทกภัย อัคคีภัย
๘. นิราศจากโจรภัยมาเบียดเบียน
๙. เป็นท่เี คารพยกย่องของนรชนท่วั ไป
๑๐. เทพารักษ์คุ้มครองอุ้มชูช่วยเหลืออยู่เสมอ
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *
หลวงปู่บุญมา ปทีโป * วัดดงสวนผึ้ง * ต.น้้ำค้ำ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 87
๑๑. สตรีปรารถนากลับเพศเป็นบุรุษได้
๑๒. เกิดในตระกูลวงศาแห่งกษัตริย์และอำามาตย์
๑๓. มีรูปอินทรีย์ กายอินทรีย์สมบูรณ์
๑๔. ได้อุบัติในแดนสวรรค์
๑๕. ภพหน้าจะได้กำาเนิดเป็นพระมหาราชาธิราช
๑๖. สามารถหยั่งรู้ระลึกเหตุการณ์ในอดีตชาติ
๑๗. คิดประสงค์สิ่งใดย่อมได้ดั่งปรารถนา
๑๘. ญาติวงศ์และบริวารเสวยแต่ความสุขปราศจากทุกข์
๑๙. สิ่งอัปมงคลท้งั หลายสูญหายมลายสิ้น
๒๐. ไม่ต้องบังเกิดในทุคติภูมิ
๒๑. หากสัญจรไป ณ แห่งใดย่อมได้รับความสะดวก พ้น
จากอุปสรรคท้งั มวล
๒๒. ในยามราตรีย่อมสุบินในทางศุภมงคล ปราศจากนิมิต
อันชั่วร้าย
๒๓. บรรพบุรุษและญาติวงศ์ท่ลี ่วงลับไปแล้วจะได้หลุด
พ้นจากทุกขภูมิ
๒๔. กำาเนิดในภพหน้าจะเป็นผู้มีวาสนาสูง
๒๕. ได้รับการยกย่องจากพระอริยเจ้าท้งั หลาย
๒๖. มีสติปัญญารอบรู้เป็นเลิศ
๒๗. มีจิตเปี่ ยมล้นด้วยเมตตาธรรมธรรมเป็นสมุฏฐาน
๒๘. และจะได้สำาเร็จพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณในท่สี ุด
ท้งั หมดนี้คือผลท่ไี ด้รับจากกราบไหวบู้ชาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ซ่งึ
ผู้มีปัญญาท้งั หลายควรจะพิจารณาให้เห็นจริงตามนี้เถิด
วันคล้ายวันโพธิสัตวสมภพคือ วันที่ ๓๐ เดือน ๗ จีน
จัดทำาโดย * พลโทวิโรจน์ สิงหฤกษ์, พินลภัส/พิมลภัส โรจน์วณิชำกรณ์, จิรพิพรรธ/ทัศนนันท์ โพธิ์จันทร์ *

และหนึ่งในผู้เผยแพร่ทางเว็บไซต์
เอกฤทธิ์ ติรณะประกิจ

แหล่งข้อมูล : http://blog.palungjit.com/pinlapat/files/2011/01/หนังสือธรรมะ1.pdf

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:    http://www.medalfurniture.com
ผู้ลงบทความ:    Medalfurniture